หมายเหตุ – พระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปี 2562 ครั้งที่ 2 ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว โดยนับตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เรื่อยไปจนไปสิ้นสุดในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 หรือจากนี้ไปอีก 4 เดือน สภาจะกลับมาการประชุมจะกลับมาอีกครั้งในทุกๆ วันพุธ เวลา 13.00-21.00 น. และทุกๆ วันพฤหัสบดี เวลา 09.30-18.00 น. ตามกำหนดเดิม
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกหนังสือด่วนมากที่ สผ 0014/ผ22 ถึงสมาชิกทุกคนเพื่อเรียกประชุมนัดแรกของสมัยประชุมครั้งที่สอง ในวันที่ 6-7 พฤศจิกายนนี้ทันที พร้อมทั้งแนบระเบียบวาระการประชุมที่สภาผู้แทนราษฎรค้างการพิจารณาจากสมัยประชุมที่แล้ว เป็นจำนวนมากถึง 17 หน้ากระดาษเอสี่
สำหรับไฮไลต์สำคัญๆ ที่ปรากฏในระเบียบวาระ
– รับทราบรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา 270 ของรัฐธรรมนูญ เดือนเมษายน-มิถุนายน 2562
– ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากประกาศและ คำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และการใช้อำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติตามมาตรา 44 ของ นายปิยบุตร แสงกนกกุลส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) และคณะเป็นผู้เสนอ
– ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ที่ 215 ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ร่วมกันลงชื่อเสนอ
ทั้งนี้ ก่อนปิดสมัยประชุมสภาครั้งที่ 1 ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ 463:0 เสียงเห็นชอบตามที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้เลื่อนลำดับญัตติดังกล่าวขึ้นมาพิจารณามาไว้ในลำดับต้นๆ ของระบียบวาระการประชุมเพื่อจ่อการพิจารณาเป็นวาระแรกๆ ในสมัยประชุมนี้
-ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบ และศึกษา ติดตามการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ ต่อการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน และถูกประทุษร้ายของประชาชน ของนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย เป็นผู้เสนอ
-ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและหาแนวทางแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้มาใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ของนายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาชาติ เป็นผู้เสนอ
-ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีการลอบประทุษร้ายนักกิจการทางการเมือง ของนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ และคณะ เป็นผู้เสนอ
-ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาในเรื่องการดำเนินการกับผู้บริหารท้องถิ่นและผู้มีตำแหน่งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ของนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นผู้เสนอ
-ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบและหาแนวทางแก้ไข ผลจากประกาศและคำสั่งคณะปฏิวัติคณะต่างๆ ประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และศึกษาผลกระทบและความเหมาะสมของกฎหมายที่บัญญัติ โดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อหาแนวทางปรับแก้ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคม การเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป ของนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์
-ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาความเป็นไปได้และ ตรวจสอบผลกระทบการของใช้กัญชาในรูปแบบต่างๆในประเทศไทย ของนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กับคณะเป็นผู้เสนอ เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม นอกจากไฮไลต์ที่ปรากฏในระเบียบวาระยังมีไฮไลต์ที่ยังไม่ปรากฏในระเบียบวาระอีกด้วย โดยเฉพาะร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ 64 คน ที่มีนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน หากในชั้นกรรมาธิการการพิจารณาคืบหน้าเป็นไปตามโรดแมป คาดหมายว่าจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่เพื่อพิจารณา วาระสองและสาม ได้ในช่วงกลางเดือนมกราคมนี้ สำทับด้วย “ศึกซักฟอก” การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ วาระใหญ่ ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กำหนดให้ทำได้ปีละ 1 ครั้ง
เบื้องต้นฝ่ายค้านล็อกเป้าไว้ 3 รัฐมนตรี “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นคิวแรก จากการบริหารเศรษฐกิจที่ล้มเหลวและการปล่อยปละละเลย ในเรื่องไม่ชอบมาพากล ซึ่งอาจนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชั่น ได้แก่เรื่องอีอีซี รถไฟฟ้า และการต่อขยายสัมปทานรถไฟฟ้าบีทีเอส
คิวที่สอง เป็น “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จากกรณีการนำเรื่องการต่อขยายสัมปทานรถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่งก่อนหน้านี้ ทางสภา โดยกรรมาธิการวิสามัญคัดค้านไม่ให้ต่อสัญญาสัมปทานออกไปอีก 40 ปี เพราะเป็นการใช้อำนาจมาตรา 44 มาต่อสัญญาโดยไม่ชอบ และสัญญา ไม่เคยผ่าน พ.ร.บ.ร่วมลงทุนปี 2562 หรือพีพีพี รวมทั้งกรณีการบริหารงบจัดการภัยพิบัติจังหวัดละ 200 ล้านบาท ที่มีข้อครหาถึงความไม่โปร่งใส
คิวที่สาม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เกี่ยวกับการใช้อำนาจ และการแต่งตั้งโยกย้ายในระบบราชการและรัฐวิสาหกิจต่างๆ ในกระทรวงคมนาคม ตลอดจนกำกับดูแลการบริหารในรัฐวิสาหกิจต่างๆ จนงานไม่เป็นไปตามเป้า
ฝ่ายค้านวางคิวเบื้องต้น ต้องไม่เกินวันที่ 20 ธันวาคมนี้ มองว่าหากช้ากว่านี้ ประชาชนและสังคมจะไม่สนใจ เพราะจะเข้าสู่บรรยากาศคริสต์มาสและปีใหม่ เป็นช่วงเทศกาลที่ประชาชนอยากพักผ่อนและเฉลิมฉลอง

