สถานีคิดเลขที่ 12 : ไม่ไว้วางใจ!

แกนนำพรรคฝ่ายค้าน เพื่อไทย มิได้บอกเหตุผลเชิงลึกมากนัก
เหตุใดจึงล็อกเป้า 3 รัฐมนตรี ในการเตรียมการ ยื่นญัตติ ขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในสมัยประชุมสภาสามัญนี้
ระบุข้อมูลเบื้องต้น ในราย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แค่ว่า บริหารเศรษฐกิจที่ล้มเหลว และปล่อยปละละเลยในเรื่องไม่ชอบมาพากล ซึ่งอาจนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชั่น ได้แก่ เรื่องอีอีซี รถไฟฟ้า และ   บีทีเอส
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กรณีรถไฟฟ้าบีทีเอส ปมการต่อสัญญาสัมปทาน 40 ปี
ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เกี่ยวกับการใช้อำนาจและการแต่งตั้งโยกย้ายในระบบราชการและรัฐวิสาหกิจในกระทรวง ตลอดจนการแทรกแซงการบริหารรัฐวิสาหกิจต่างๆ ในสังกัดกระทรวง จนงานไม่เดิน
แต่กระนั้น ก็น่าเชื่อได้ว่ายังไม่ปิดประตูตาย ทั้งจำนวนรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปราย และโดยเฉพาะข้อมูลที่จะนำมาใช้ซักฟอก 3 รัฐมนตรี
ยังคงเปิดกว้าง เก็บข้อมูล หาข้อมูลต่อเนื่อง
นั่นหมายความว่า ไม่จำกัดแต่เฉพาะข้อสอบเบื้องต้นที่กล่าวมาเท่านั้น หากแต่อาจมีข้อมูลใหม่ กรณีใหม่  เป็นไพ่เด็ดเพิ่มเติม

ทำไมต้องเป็น 3 คนนี้ ทั้งที่รัฐมนตรีมีถึง 36 คน
สังคมอาจตั้งคำถาม
เพิ่มเติมจากที่ฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทย ระบุเอาไว้ว่า มีข้อมูล ที่ไม่อาจไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งต่อไปได้ เนื่องจากอาจเกิดความเสียหายต่อประเทศชาติตามมา
ดังที่ระบุเหตุผลเบื้องต้น
แต่ที่จริง น่าเชื่อได้ว่า มีเหตุผลในทางการเมืองประกอบการพิจารณาตัดสินใจ ล็อกเป้าบิ๊กตู่ บิ๊กป๊อก และศักดิ์สยาม
โดยในรายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้น
ฝ่ายค้าน ไม่ยื่นญัตติไม่ไว้วางใจมิได้อย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร
หากยกเว้น เท่ากับว่าฝ่ายค้านยังคงไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป ย้อนแย้งกับที่ได้ชูธงต่อต้านการสืบทอดอำนาจมาโดยตลอด
ศึกซักฟอกครั้งนี้ จะไร้ความหมายทันที หากไม่กระชับพื้นที่เป้าหมายใหญ่สุดในทางการเมือง

ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา นั้น อาจหวังผลได้ทั้งในทางการเมือง เนื่องจากขาลอย และข้อมูลกระทรวงนี้ ว่ากันว่า อื้ออึงมาแต่ไหนแต่ไร ตั้งแต่ระดับเล็ก ไปจนถึงระดับใหญ่
รายสุดท้าย ศักดิ์สยาม ชิดชอบ
เป็นรัฐมนตรีจากพรรคร่วมรัฐบาลเพียงคนเดียว ที่จะถูกยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ถือว่าฝ่ายค้านเลือกเป้าถูก และคงหวังผลทางการเมืองมากที่สุด
ทั้งนี้เนื่องจากศักดิ์สยามนั้น เป็นเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย พรรคการเมืองที่ ฝ่ายการเมืองมองว่า หากขับเคลื่อนโครงการที่อยู่ในมือสำเร็จ เมกะโปรเจ็กต์เหล่านั้น อาจเป็นทุนรอนทางการเมืองทั้งโดยตรงและทางอ้อม
อันจะทำให้ภูมิใจไทยเติบใหญ่ในอนาคต
จึงจำเป็นต้องตัดตอน หรือทำให้สะดุด เสื่อมเสียทางการเมือง

การกัน ‘ประชาธิปัตย์’ ออกนอกวง ก็เป็นเกมการเมืองอย่างหนึ่ง ที่ฝ่ายค้านอาจคาดหวังผลจากการโหวต แม้ว่า เป็นไปไม่ได้ที่สภาจะไม่ไว้วางใจ เนื่องจากเสียงรัฐบาลเป็นเสียงส่วนใหญ่ในสภา
แต่คะแนน ไว้วางใจนั้น มีความหมาย
ภูมิใจไทยประกาศเป้าหมายการเมือง ลุยเพิ่ม ส.ส.ภาคใต้พื้นที่ฐานเสียงสำคัญพรรคประชาธิปัตย์ ขณะเดียวกันวิธีการบริหารในกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีช่วยจากพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่สู้แฮปปี้มากนัก
ฝ่ายค้านก็ย่อมต้องเล็งผลเลิศเป็นธรรมดาว่า บางทีเสียงบางส่วนของประชาธิปัตย์อาจหล่นหาย ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย

แต่โดยที่การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น จะส่งผลกระเทือนมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับข้อมูลในมือฝ่ายค้าน
หากไม่สามารถชี้ให้เห็นชัดได้ถึง เหตุผลที่ไม่สมควรไว้วางใจ
การมุ่งหวังผลทางการเมืองทั้งในสภา และนอกสภาอันหมายถึงประชาชนนั้น ก็อาจเป็นแค่พิธีกรรมธรรมดา
โจทย์ใหญ่ของฝ่ายค้านของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
คือจะทำ จะนำเสนอข้อมูลอะไร เพื่อโน้มน้าวให้ ส.ส.-และประชาชนคล้อยตาม ไว้วางใจฝ่ายค้าน
มิกลับหัวกลับหาง
ไม่ไว้วางใจฝ่ายค้านเสียเอง ถ้าไม่มีข้อมูลอะไรที่เป็นเนื้อหนัง

 

บทความก่อนหน้านี้เหยี่ยวถลาลม : อนาคตไทย
บทความถัดไปบทนำมติชน : นำบอมบ์เข้าสภา