หน้าแรก การเมือง เริ่มแล้ว!!ปร...

เริ่มแล้ว!!ประชุมสุดยอดผู้นำธุรกิจ เอกชนหนุนขับเคลื่อนอาเซียน

2.11.19 | 11:09 น.

เริ่มแล้ว!!ประชุมสุดยอดผู้นำธุรกิจ เอกชนหนุนขับเคลื่อนอาเซียน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน ที่ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ร่วมเป็นเจ้าภาพในจัดการประชุมสุดยอดผู้นำธุรกิจ ASEAN Business and Investment Summit 2019 (ABIS 2019) ซึ่งเวทีนี้ถือเป็นเวทีคู่ขนานสำคัญของการจัดประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (ASEAN Summit) ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่มีผู้นำประเทศ ผู้นำธุรกิจและผู้นำองค์กรระหว่างประเทศให้การตอบรับเข้าร่วมงานแล้วกว่า 1,200 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการเปิดงาน และมีผู้บริหารระดับสูงขององค์การระหว่างประเทศ อาทิ สภาเศรษฐกิจโลก (WEF) องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ผู้นำประเทศอาเซียนและผู้นำของบริษัท อาทิ แอร์เอเชีย, แกร็บ, หัวเว่ย, โตโยต้า มอเตอร์, สิงคโปร์เทเลคอมมูนิเคชั่น, เอสซีจี, ธนาคารกรุงเทพ, เชลล์ (ประเทศไทย), มิตซูบิชิ, ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป  และกลุ่มบริษ

เมื่อเวลา 09.20 น. นายอรินทร์ จิรา ประธานสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน (อาเซียน เอบีซี)​ เปิดเผยว่า ภาคเอกชนมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน เวทีประชุมสุดยอดผู้นำภาคธุรกิจ (ABIS 2019)​ ที่จัดขึ้นในครั้งนี้จึงถือเป็นเวทีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนท่ามกลางความท้าทายใหม่ ขณะเดียวกันยังถือเป็นการยกระดับความร่วมมือและแสดงให้ประจักษ์ถึงการเป็นภูมิภาคที่โดดเด่นเป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุนของอาเซียน

Advertisement

ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Empowering ASEAN 4.0  มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมประเทศสมาชิกเพื่อรับมือกับความท้าทายใหม่ในยุคดิจิทัล สอดคล้องกับแนวคิดหลักของสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน (ASEAN-BAC) ร่วมสนับสนุนและผลักดันให้เกิดการดำเนินการของประชาคมอาเซียนในปี 2562 ประกอบด้วย 4 เสาหลัก ได้แก่ 1. Digital Infrastructure การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี 2. Digital Connectivity  การสร้างความเชื่อมโยงทางด้านดิจิทัล เพื่อรองรับการค้า การลงทุนในอาเซียน 3. Human Empowerment and Development การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เกิดความสามารถใหม่และลดปัญหาการว่างงานในอาเซียน และ 4. MSME ผลักดันให้ผู้ประกอบการ MSME เข้าถึงนวัตกรรมและเงินทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน

“ASEAN 4.0 เป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย ที่ภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะภาคธุรกิจต้องตระหนักและปรับตัว เมื่อเทคโนโลยีดิจิทัล กำลังเข้ามามีบทบาทและสร้างผลกระทบในอัตราเร่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อาทิ การเข้ามาแทนที่แรงงานทักษะต่างๆ ด้วยหุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ที่จะมาทดแทนงานบริการของประเทศสมาชิกในอาเซียน ฯลฯ การจัดประชุมครั้งนี้เราจึงมองว่าจะทำอย่างไรที่ประเทศสมาชิกอาเซียนจะได้ตระหนักและพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่พลิกผัน สามารถสร้างประโยชน์ให้กับคนอาเซียนและประชาคมอาเซียนได้มากที่สุด” นายอรินทร์กล่าว

เวลา 09.35 น. นายกลินท์ สารสิน​ ประธาน​กรรมการ​หอการค้า​ไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไ​ทย กล่าวว่า ขณะนี้ โลกของเราเผชิญ​กับปัญหา​หลากหลายด้านโดนเฉพาะ เรื่องปัญหาการกีดกัน​ทางการค้า และการเข้ามาของเทคโนโล​ยีทำให้กระทบต่อการทำธุรกิจ เช่นเดียวกับห่วงโซ่ในการทำธุรกิจ และปัจจุบัน​ปฏิเสธ​ไม่ได้ว่าเทคโนโลยี​ดิทิจัล กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว และการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีถือเป็นท้าทายของการทำธุรกิจในปัจจุบัน

ทั้งนี้ เพื่อต่อสู้กับความท้าทาย​ดังกล่าว ดังนั้น ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดในภูมิภาค​ ทั้งภาค​รัฐ​ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และภาคประชาสังคม จะต้องร่วมด้วยช่วยกัน รวมถึงบูรณการร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อกลายเป็นพันธมิตร​ที่เข้มแข็ง และสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน

นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้จะมีผู้นำจากประเทศต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนมาร่วมแสดงความคิดเห็นในประเด็นเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งปัญหาต่างๆ ที่ประเทศในกลุ่มประเทศอาเซียนกำลังเผชิญอยู่  การประชุม ABIS ในส่วนของภาคการเงินการธนาคารมองโจทย์ความท้าทายในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อยในยุคแห่งอนาคต ซึ่งการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเป็นความท้าทายอันดับต้นๆ ที่วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อยกำลังเผชิญ และเป็นอุปสรรคอย่างยิ่งต่อการเติบโตและการพัฒนาธุรกิจในระยะยาว

ทั้งนี้ กลยุทธ์สำคัญในการรับมือกับปัญหาดังกล่าว คือ การสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบนิเวศทางการเงินในภูมิภาค และส่งเสริมให้วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย ได้มีโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงินและสินเชื่อเพิ่มมากขึ้นเชื่อว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อจัดทำเครื่องมือด้านการเงินในยุคแห่งการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 หรือ 4IR ได้ช่วยการทำธุรกรรมทางด้านการเงินสะดวก มีต้นทุนที่ถูกลง และช่วยให้การปล่อยสินเชื่อของธนาคารก้าวไปสู่การให้สินเชื่อที่ดูจากฐานข้อมูลเป็นหลักมากขึ้น เช่น AI และ Big Data ทำให้เกิดสินเชื่อและผู้ให้สินเชื่อในรูปแบบใหม่ การระดมทุนในรูปแบบ crowd funding และการกู้ยืมเงินระหว่างบุคคลกับบุคคลผ่านระบบออนไลน์โดยไม่ผ่านตัวกลาง หรือ P2P เป็นต้น

“นวัตกรรมทางด้านการเงินใหม่ๆ เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการบริการทางการเงินใหม่ที่จะช่วยให้วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อยในอาเซียนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนและเตรียมพร้อมเข้าสู่ยุคแห่งอนาคตได้เพิ่มมากขึ้น การใช้ประโยชน์จากโอกาสจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล และการความเชื่อมโยงด้านดิจิทัลที่จะทำให้การค้าภายในภูมิภาคอาเซียนเติบโตอย่างก้าวกระโดด” นายปรีดีกล่าว

เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากกล่าวเปิดงาน พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินเยี่ยมชม
นิทรรศการที่บริษัทต่างๆ ได้นำมาจัดแสดง อาทิ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ เครือบริษัทปูนซิเมนต์ไทย บริษัท ซี เอ ซี จำกัด (C asean) ในเครือไทยเบฟฯ เป็นต้น และยังได้เยี่ยมชมนิทรรศการ ASEAN STYLES ที่ฮอลล์ 5 โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์  ได้กล่าวทักทาย มหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่ได้เดินทางมาถึงภายในงาน โดยมหาเธร์ มีกำหนดขึ้นพูดบนเวที ABIS 2019 ในเวลา 11.30 น.