ศาลห่วง”ตำรวจ-อัยการ”ใช้ดุลพินิจชะลอฟ้อง ไร้องค์กรคานอำนาจ ยันร่างกม.ยังมีปัญหา

14.06.16 | 18:24 น.

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 14 มิถุนายน ที่ห้องประชุมชั้น 12 สำนักงานศาลยุติธรรม ถนนรัชดาภิเษก นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม น.ส.ธัญญานุช ตันติกุล ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำสำนักประธานศาลฎีกา และ น.ส.อัมภัสชา ดิษฐอำนาจ ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำสำนักประธานศาลฎีกา กล่าวถึงความคืบหน้ากฎหมายชะลอฟ้องที่เสนอโดยกระทรวงยุติธรรม และผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว แต่ส่งร่างกลับให้กระทรวงยุติธรรมตรวจสอบความถูกต้อง ก่อนหน้านี้ นายวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา เคยยื่นหนังสือแสดงความห่วงใยต่อข้อบกพร่องของร่างกฎหมายหลายประเด็น ทั้งเรื่องขาดองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจ จำกัดสิทธิของผู้เสียหายในการนำคดีขึ้นสู่ศาล และกระทบต่อการใช้วิธีตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา


โดยนายสืบพงษ์กล่าวว่า ศาลมีข้อห่วงใยเกี่ยวกับร่างกฎหมายฉบับนี้ หลักการอ้างว่ากฎหมายจะแก้ปัญหาคนล้นคุกนั้น ข้อเท็จจริงโทษคุมขังส่วนใหญ่เป็นคดียาเสพติดที่มีโทษหนักมากกว่ากลุ่มประเภทคดีที่จะเข้าข่ายกฎหมายชะลอฟ้อง และตามสถิติเมื่อปี 2558 ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีเสร็จภายใน 1 ปีมี 98 เปอร์เซ็นต์ ส่วนคดีที่ใช้เวลาพิจารณาเสร็จ 1 เดือนมีมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ในงานวิจัยของทีดีอาร์ไอ พบว่าบางคดีไม่ควรมีโทษทางอาญา เพราะสามารถใช้กลไกทางแพ่งและวิธีการทางปกครองดูแลได้ อีกทั้งประเทศไทยมีกฎหมายกว่า 1 แสนฉบับ เป็นกฎหมายอาญา 350 ฉบับ หากต้องการลดจำนวนคดี ควรจะสังคายนากฎหมายมากกว่า

นายสืบพงษ์กล่าวต่อว่า ในต่างประเทศกฎหมายชะลอฟ้องจะพิจารณาคดีที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในระดับกว้าง เช่น บริษัทหนึ่งจะต้องโทษคดีอาญาจนไม่สามารถดำเนินกิจการได้ และกระทบต่อคนจำนวนมาก ไม่ใช่การชะลอฟ้องในคดีอาญาที่มีผลต่อตัวบุคคล เช่น คดีข่มขืน, ติดสินบนเจ้าหน้าที่, ฮั้วประมูล, คดีที่เป็นความผิดต่อรัฐ, ไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ฯลฯ หากเป็นกรณีกฎหมายที่ใช้กับเด็กอาจมีความเหมาะสม เพื่อให้โอกาสเด็กและเยาวชน แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่ที่รู้ผิดชอบชั่วดีแล้วกระทำผิดแล้วยังมีกฎหมายคุ้มครองแบบนี้เหมาะสมหรือไม่ ส่วนกรณีที่มีการพูดถึงว่าเมื่อเข้าสู่กระบวนการชะลอฟ้องแล้วจะไม่มีประวัติอาชญากรติดตัวนั้นก็ไม่ถูกต้องทั้งหมด เพราะเมื่อเข้าสู่กระบวนการชะลอฟ้องไปแล้วหนึ่งครั้งจะมีประวัติการชะลอฟ้องแสดงให้เห็น และจะไม่สามารถนำคดีเข้าสู่การชะลอฟ้องเป็นครั้งที่สอง หากจะแก้ปัญหาด้านนี้ บางรัฐในประเทศสหรัฐอเมริกาใช้วิธีไม่ซักประวัติอาชญากรในการสมัครงาน เพื่อเป็นการให้โอกาสคนกลุ่มนี้กลับคืนสู่สังคมได้

นายสืบพงษ์กล่าวอีกว่า ศาลยังมีความเป็นห่วงเรื่องกระบวนการตรวจสอบการใช้ดุลพินิจในการชะลอฟ้อง เนื่องจากร่างกฎหมายไม่ได้ให้องค์กรภายนอกเข้ามาตรวจสอบการทำงานของตำรวจและอัยการ แม้จะมีการระบุให้อัยการสูงสุดตรวจสอบได้ เป็นการตรวจสอบในแนวดิ่งที่ให้อำนาจผู้บังคับบัญชาตรวจสอบการปฏิบัติของพนักงาน ไม่ใช่ลักษณะของการถ่วงดุลอำนาจของฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติและตุลาการ หากเข้าสู่กระบวนการชะลอฟ้องแล้วผู้เสียหายเห็นว่ามีความฉ้อฉลในการชะลอฟ้อง ในร่างกฎหมายฉบับนี้ให้นำหลักฐานมายื่นฟ้องศาลได้ ผู้เสียหายต้องรวบรวมหลักฐานเอง จะมีความยุ่งยาก แต่มีคำถามว่าทำไมให้ศาลตรวจสอบปลายเหตุ น่าจะให้มีการตรวจสอบตั้งแต่ก่อนเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยและชะลอฟ้อง

Advertisement

นายสืบพงษ์กล่าวด้วยว่า จึงไม่อยากให้เร่งออกกฎหมายชะลอฟ้องมาในลักษณะนี้ เพราะตัวร่างฉบับดังกล่าวยังเป็นปัญหา และยังมีความสงสัยอยู่ว่าจะแก้ปัญหาตามวัตถุประสงค์ได้จริงหรือไม่ ทั้งที่วิธีการแก้ปัญหามีวิธีอื่นที่ได้ผลมากกว่านี้ อย่างไรก็ดี ผู้บริหารศาลยุติธรรมและผู้พิพากษาได้นัดประชุมเสวนาระดมความเห็นเรื่องกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ประมาณกลางเดือนกรกฎาคมนี้