ยุทธภูมิ การเมือง การเมือง ในยุค ‘ดิจิทัล’ ผ่าน #อยู่ไม่เป็น

พลันที่ #อยู่ไม่เป็น “ปล่อย” ออกมาจากพรรคอนาคตใหม่ โดยกำหนดเอาวันที่ 16 พฤศจิกายน เท่ากับเป็นคำตอบ

หลายคนนึกถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน

ในเมื่อเป็นการทวีตผ่านทวิตเตอร์โดย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จึงค่อนข้างมีความแจ่มชัดว่า นี่คือการขับเคลื่อนเพื่อรับมือ

อนาคต “ธนาธร” อนาคต “อนาคตใหม่”

ที่เคยมีปฏิบัติการ IO ตีปลาหน้าไซทำนองว่า อย่าเอาชะตากรรมของพรรคไปตัดสินบนท้องถนน ดูเหมือนจะพลาดไปอย่างจัง

มิใช่ท้องถนนแบบเดิม หากเป็นท้องถนนแบบใหม่

เป็นถนนสาย “ออนไลน์” เป็นถนนสาย “ทวิตเตอร์” เป็นถนนสาย “เฟซบุ๊ก” ต่างหากที่พรรคอนาคตใหม่กำลังตั้งคำถามกับแฟนานุแฟน

นี่คือ แคมเปญ “ใหม่” การเมือง “ใหม่”

จําเป็นต้องย้อนกลับไปยังบางถ้อยคำที่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล แถลงเหมือนกับเป็นการตั้งคำถามต่อบรรดาคอการเมือง

“อยากลองถามให้สังคมฉุกคิดกันดู

คุณเชื่อว่าธนาธรโดนแน่ ปิยบุตรโดนแน่ พรรคอนาคตใหม่โดนแน่ คุณเชื่อแบบนั้นเพราะธนาธร ปิยบุตร และพรรคอนาคตใหม่ทำผิดจริงๆ

เลยต้องโดน

หรือคุณคิดว่าธนาธร ปิยบุตรและพรรคอนาคตใหม่ ต้องโดนเพียงเพราะว่าผู้มีอำนาจมองว่าพวกนี้เป็นอันตรายต่อเขา

ที่เราตัดสินไปแล้วว่าโดนแน่ เราตัดสินจากเหตุผลชุดไหน”

นั่นแหละกลายเป็นคำถามจาก น.ส.พรรณิการ์ วานิช “อนาคตใหม่” ไม่ถนัดเอาตัวรอด ไม่เชี่ยวชาญหมากล้อมเก็บแต้มการเมือง เรารู้แต่ว่าเราสร้างพรรคเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ยุติรัฐประหารซํ้าซาก

ถ้าไม่ทำทั้งหมดนี้ก็ไม่จำเป็นต้องมี “อนาคตใหม่”

คําถามอันอยู่เบื้องหลัง #อยู่ไม่เป็น ไม่ว่าจะมาจาก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ไม่ว่าจะมาจาก นายปิยบุตร แสงกนกกุล ไม่ว่าจะมาจาก น.ส.พรรณิการ์ วานิช

จึงทรงความหมาย จึงสำคัญ

ปฏิกิริยาต่อคำถาม ต่อ #อยู่ไม่เป็น เหมือนกับจะยืนยันปฏิบัติการ IO ปิดล้อมพรรคอนาคตใหม่ในห้วงหลังเลือกตั้งเดือนมีนาคม 2562 ประสบผลสำเร็จ

อาจใช่ แต่ก็มีอะไรมากกว่านั้น

ที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ พรรคอนาคตใหม่ไม่ได้เดินลงไปใน “กับดัก” อันอีกฝ่ายจัดตระเตรียมและวางเอาไว้

หากแต่เดินลงไปใน “พื้นที่” ที่พรรคอนาคตใหม่สันทัด

นำเอาบทเรียนจาก #ฟ้ารักพ่อ นำเอาบทเรียนจาก #เซฟธนาธร มาสรุปและเดินหน้าเพื่อเสนอเป็นประเด็น เสนอเป็นวาระให้กับสังคม

เรียกร้องความเข้าใจจาก #อยู่ไม่เป็น

หากประเมินจากท่าทีของ น.ส.พรรณิการ์ วานิช หากประเมินจากท่าทีของ น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ หากประเมินจากท่าทีของ นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ

เด่นชัดว่าเป้าหมายคืออะไร

นี่เป็นการรณรงค์อย่างที่เรียกว่า “แคมเปญ” ทางการเมืองอย่างเด่นชัด เพียงแต่ปักลงไปบน “พื้นที่” อันแตกต่างไปจากอดีต

เป็นในยุค “ออนไลน์” เป็นในยุค “ดิจิทัล”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้วิปรบ.หารือเตรียมพร้อมเปิดประชุมสภาฯ นัดแรก ด้านครม.ส่งตัวแทนเหตุติดประชุม
บทความถัดไปสแกนเขตการค้า‘อาร์เซ็ป’ อันตรายและโอกาส