สถานีคิดเลขที่ 12 : ตัวเลขกับชีวิต : ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์

6.11.19 | 10:30 น.

เวียดนามเพิ่งรับไม้ต่อจากไทยในการเป็นประธานอาเซียนปีหน้า 2563 หรือ ค.ศ.2020 น่าจะเป็นช่วงจังหวะเวลาที่สดใสพอดิบพอดี เพราะเศรษฐกิจของเวียดนามกำลังไปได้สวย

ตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจของเวียดนามที่สำนักงานสถิติแห่งชาติเวียดนามเปิดผลการสำรวจไตรมาส 3 ขยายตัวอย่างแข็งแกร่งถึงร้อยละ 7.31 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า

ปัจจัยหลักมาจากภาคธุรกิจที่ขยายตัวได้ดี อุตสาหกรรมการผลิตและแปรรูปเติบโตร้อยละ 10.05 ส่วนภาคการบริการขยายตัวร้อยละ 7.1

ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามปีนี้อยู่ที่ร้อยละ 6.8 และปีหน้าร้อยละ 6.7

ก่อนหน้านี้ งานวิจัยของธนาคารดีบีเอส คาดคะเนว่าเศรษฐกิจของประเทศเวียดนามมีแนวโน้มจะขยายตัวในอัตราร้อยละ 6-6.5 ต่อปี หากไม่สะดุดอะไรในสิบปีข้างหน้านี้ มีโอกาสที่ขนาดเศรษฐกิจเวียดนาม อันดับ 6 ของอาเซียนจะใหญ่กว่าขนาดเศรษฐกิจของสิงคโปร์ ที่อยู่อันดับ 5 ของอาเซียน ซึ่งขณะนี้มีจีดีพี 3.24 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีการขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 2.5

Advertisement

เวียดนามมีประชากร 96 ล้านคน ส่วนสิงคโปร์มีราว 5.5 ล้านคน ต่างกันราว 90 ล้านคน โอกาสแซงจึงเป็นไปได้

มีการพูดกันว่า เวียดนามขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ต่อเนื่อง เพราะการเมืองมีเสถียรภาพ เป็นระบอบคอมมิวนิสต์แต่เปิดตลาดค่อนข้างเสรีคล้ายกับจีนที่ก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลกหลังการปฏิรูปเศรษฐกิจ เปิดรับการลงทุนจากต่างชาติ และให้ผู้ประกอบการเป็นเจ้าของธุรกิจได้

มีคำถามตามมาว่าถ้าเป็นเช่นนั้นไทยควรคุมการเมืองแบบนี้บ้างดีไหม

คำตอบน่าจะเห็นอยู่แล้วว่าไม่ได้ หลังจากมีความพยายามคุมการเมืองให้นิ่งด้วยวิธียึดอำนาจเบ็ดเสร็จ หรือรัฐประหาร ยิ่งบั่นทอนเสถียรภาพ และเกิดการต่อต้านหนักยิ่งขึ้น

หากย้อนดูประวัติศาสตร์การเมืองและเศรษฐกิจ ช่วงที่ไทยแลนด์มีอัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงเป็นช่วงที่ประชาธิปไตยเบ่งบาน เพราะเกิดการกระจายตัวทางเศรษฐกิจ

แม้เกิดปัญหาคอร์รัปชั่น ทำลายสิ่งแวดล้อม กดขี่แรงงาน ฯลฯ เพราะความละโมบโลภมาก แต่เมื่อสังคมไม่ถูกปิดกั้น ก็มีการประท้วง ตรวจสอบ ต่อรองอำนาจอย่างเปิดกว้างและเปิดเผย ต่างกับช่วงรักษาความสงบเรียบร้อยที่มีแต่ถอยหลังและเพิ่มความเหลื่อมล้ำ

บทเรียนนี้น่าจะช่วยทำให้คนในสังคม โดยเฉพาะคนที่ชอบถูกยึดอำนาจ ได้คิดหรือคิดได้เสียที ว่าอะไรที่สมบูรณ์แบบนั้นไม่มี

อย่างเวียดนามวันนี้ที่ตัวเลขเศรษฐกิจกำลังสวยงาม ก็เกิดคดีสะเทือนขวัญพบศพชาวเวียดนามลักลอบเข้าอังกฤษซุกอยู่ในรถตู้ และน่าจะเป็นเวียดนามทั้ง 39 ศพ

คดีนี้สะท้อนว่า ยังมีชาวเวียดนามจำนวนหนึ่งต้องดิ้นรนไปแสวงหาโอกาสหาเงินในแดนไกลเพื่อส่งเงินกลับมาบ้าน เหมือนคนไทยจำนวนหนึ่งที่ยอมไปเป็นผีน้อยในเกาหลีบ้าง ญี่ปุ่นบ้าง

เหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้แสดงอยู่ในตัวเลขจีดีพี แต่อยู่กับชีวิตผู้คน

ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์