‘พินิจ’ ขึ้นเวทีเซี่ยงไฮ้ ชี้ แค่ 70 ปี จีนก้าวไกล สำเร็จงดงามยิ่งใหญ่ ส่งผลสะเทือนประชาคมโลก

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ เดินทางเยือนนครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเข้าร่วมพิธีเปิดงาน China International Import Expo 2019 หรือ CIIE 2019 ซึ่งมีประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เป็นประธานในพิธี จากนั้นในช่วงบ่าย ได้เข้าร่วมงานสัมมนา ‘ชุมชนมนุษย์ที่มีอนาคตร่วมกันและการพัฒนาประเทศของจีน 70 ปี’ ซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวงวิเทศสัมพันธ์ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเป็นตัวแทนหนึ่งเดียวจากประเทศไทย

นายพินิจ กล่าวถึงประเด็น ‘ชุมชนมนุษย์ที่มีอนาคตร่วมกัน’ ว่า มวลมนุษยชาติต้องอยู่บนพื้นฐานในหลักการของความเคารพซึ่งกันและกัน ต้องเคารพในความเป็นมนุษย์ เคารพสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และการดำรงชีวิต ต้องมีมิตรไมตรี ช่วยเหลือ เอื้ออาทร ถ้าสังคมมนุษย์รู้จักการแบ่งปันทรัพยากร อาหาร และอื่นๆ จะเกิดชุมชนที่ความรุ่งเรือง มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสันติสุข ไม่เกิดสงครามความขัดแย้งและการแบ่งแยก

จากนั้น กล่าวต่อในประเด็น ’70 ปี การพัฒนาของประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน’

นายพินิจ กล่าวว่า  70 ปี ถือว่าเป็นระยะเวลาการพัฒนาประเทศที่สั้นมาก และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ในอดีตชาวจีนอยู่ในภาวะยากลำบาก ขาดแคลนปัจจัย 4 ทั้งอาหาร เครื่องนุ่มห่ม ยารักษาโรค และที่อยู่อาศัยแต่ในช่วงเวลาเพียง 70 ปี ประเทศจีนสามารถแก้ปัญหาต่างๆกระทั่งประชาชนกว่าพันล้านคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วทางด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยีที่ทันสมัย

“คนจีนพันกว่าล้านคนนี้มีข้าวกิน มีหมูเห็ดเป็ดไก่กินมีเสื้อผ้าเครื่องนุ่มห่มพอเพียงเหลือ และมีบ้านที่อยู่อาศัยอย่างดี มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มีโรงพยาบาลมีหมอมียา ได้รับหลักประกันที่ดี มีรถไฟความเร็วสูงที่สุดสามารถส่งยานอวกาศไปดวงจันทร์ได้ประสบความสำเร็จ นับว่าประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่และงดงาม เป็นความสำเร็จของคนจีนทั้งประเทศ และของประชาคมโลกด้วย เพราะส่งผลสะเทือนในแง่บวกต่อเศรษฐกิจโลก

การที่เศรษฐกิจจีนประสบความสำเร็จ ได้ส่งผลให้ประเทศต่างๆ เจริญขึ้น หากประเทศนั้นๆ ค้าขายกับประเทศจีนก็จะทำให้เศรษฐกิจเติบโตไปด้วย เพราะจีนเป็นตลาดใหญ่ มีประชากรจำนวนมาก และเป็นประชากรที่มีฐานะมั่นคงขึ้น ฉะนั้นอำนาจการซื้อขายของจีนสูงมาก ถือเป็นความหวังของทั่วโลกในการทำมาค้าขายกับประเทศจีน” นายพินิจกล่าว

ทั้งนี้ ในงานสัมมนาดังกล่าวมีการจัดอภิปรายอย่างละเอียดในประเด็นความสำเร็จของการพัฒนาในประเทศจีน การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างจีน-ไทยในช่วง 70 ปีที่ผ่านมา ซึ่งผู้เชี่ยวชาญต่างยกย่องผลสำเร็จของจีนในแง่มุมต่างๆ อีกทั้งมีการอภิปรายในประเด็นประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์จีน-ไทยจากอดีตสู่อนาคต โดยผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นตรงกันว่า จีน-ไทยมีประวัติการไปมาหาสู่กันเป็นเวลานาน มีพื้นฐานอย่างมั่นคงในด้านการหลอมรวมทางวัฒนธรรม นอกจากนี้ภายใต้สถานการณ์โลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างมาก จีนและไทยได้ร่วมกันสร้างกลไกความร่วมมือที่มั่นคงและได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย ในบริบทของโลกที่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในรอบ 100 ปี การพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไทยมีข้อได้เปรียบในด้านลิขิตฟ้าดิน และเป็นความประสงค์ของประชาชนทั้งสองประเทศ จึงควรส่งเสริมความร่วมมืออย่างรอบด้านมากยิ่งขึ้น โดยประเทศไทยควรเพิ่มความเข้าใจในวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์จีน เพื่อส่งต่อความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างจีน-ไทยจากรุ่นสู่รุ่น

 

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กรมพระศรีสวางควัฒน เสด็จแทนพระองค์ ถวายผ้าพระกฐิน วัดราชาธิวาสวิหาร
บทความถัดไป‘เสี่ยหนู’ ย้ำสารที่ใช้ต้องปลอดภัย ไม่เชื่อเงินซื้อ ‘แอ๊ด คาราบาว’