เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน นายอัษฎางค์ ปาณิกบุตร นักวิชาด้านรัฐศาสตร์ อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เปิดเผยว่า จากการติดตามแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 พบว่ามีการร่างไว้เพื่อให้แก้ไขได้ยากมาก เพราะตั้งใจร่างให้ผู้มีอำนาจอยู่ยาวอีกอย่างน้อย 20 ปี หากต้องการร่างใหม่ก็อาจจะต้องมีการทำรัฐประหารเพื่อฉีกฉบับเก่า ขณะที่ในอดีตตนเคยทำหน้าที่กรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2534 พบว่าในขณะนั้น ฝ่ายการเมืองได้เชิญนักวิชาการมากกว่า 10 รายเข้าไปร่วมเสนอแนวทางแก้ไข ต่อมามีการแต่งตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือ ส.ส.ร.เพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนปี 2540 สำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 สภาผู้แทนราษฎรจะมีการตั้ง กมธ.เพื่อพิจารณาในเบื้องต้นว่าควรแก้ไขหรือไม่เท่านั้น และเป็นเพียงพิธีกรรมตามที่หลายพรรคเคยหาเสียงไว้เท่านั้น แค่ประธาน กมธ.จะเป็นนักการเมืองหรือเป็นคนนอกก็ยังเถียงกันไม่จบ แต่ในที่สุดจะไม่สามารถแก้ไขได้จริงโดยเฉพาะมาตรา 256 เพราะสมาชิกวุฒิสภาไม่ได้ให้ความสนใจ ส่วนการทำประชามติกับประชาชนทั้งประเทศว่าจะแก้ไขหรือไม่ต้องถามว่าประชาชนห่วงปัญหาจากรัฐธรรมนูญหรือห่วงปัญหาท้องมีแต่รายจ่ายรายได้ลดลง
“ ต้องยอมรับว่าการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนยังมีไม่มาก ส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจว่ารัฐธรรมนูญมีผลกับการดำเนินชีวิตตั้งแต่เกิดถึงตาย เรื่องแบบนี้ไม่มีใครพูดให้ประชาชนรับฟัง ไม่มีการสอนเป็นบทเรียน ทำให้การทำประชามติที่ผ่านมาประชาชนจะเชื่อในชุดข้อมูลตามที่ผู้มีอำนาจต้องการจะให้ทราบในบางเรื่องเท่านั้น และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ2560 ครั้งนี้อาจจะเป็นวิธีการของบางฝ่ายที่ต้องการโยนหินถามทาง หลอกล่อทำให้ฝ่ายค้านหลงกล เพื่อดึงความสนใจจากการจ้องโจมตีการบริหารที่ล้มเหลวในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ รวมทั้งการเสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขณะที่ความเห็นของนักวิชาการหลายรายเห็นว่าปัญหาเศรษฐกิจปากท้องเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลควรต้องทำคู่ขนานไปกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส.ส.ในสภาต้องทำ 2 เรื่องนี้ให้เท่าเทียมกัน แต่ส่วนตัวผมไม่พอใจนักกฎหมายชื่อดัง เป็นลูกศิษย์ที่เคยสอนในรามคำแหงบางรายที่มีโอกาสไปทำหน้าที่ ส.ว. ออกมาค้านการแก้รัฐธรรมนูญ ถ้าเจอหน้าผมจะบอกว่ารามคำแหงไม่ได้สอนให้ยกย่องการใช้อำนาจของเผด็จการ แต่สอนเรื่องความเป็นธรรมในสังคม สอนให้ช่วยคนจน แก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลัก” นายอัษฎางค์ กล่าว

