รองโฆษก พปชร.บอกบางพรรคหวังลอยกระทงพ้นผิด เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น ทำลายสิ่งแวดล้อมทางการเมือง

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.ในฐานะรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการลงพื้นที่เดินรณรงค์เชิญชวนประชาชนในเขตจอมทองร่วมขอขมาพระแม่คงคา ด้วยการรักษาความสะอาดคูคลองว่า จากสถิติขยะกระทงที่กรุงเทพมหานครจัดเก็บจากแม่น้ำลำคลองต่างๆ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พบว่าสถิติในการการใช้กระทงจากโฟมมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังมีจำนวนที่สูงและเป็นปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมอยู่โดยในปี 2561 ที่ผ่านมาพบว่ามีการใช้กระทงจากโฟมอยู่ 44,883 ใบ ซึ่งขยะจากกระทงที่ทำจากโฟมนั้นต้องใช้เวลาในการย่อยสลายนานเกินกว่า 50 ปี ส่วนกระทงที่ทำจากกระดาษ ก็ต้องใช้ระยะเวลาในการย่อยสลายนานถึง 5 เดือน ในขณะที่กระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติใช้เวลา 14 วัน กระทงที่ทำจากขนมปังใช้เวลาเพียง 3 วัน กระทงที่ทำจากโคนไอศกรีม 3 และวัสดุที่ผลิตจากมันสำปะหลังใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง ทั้งนี้ชาวบ้านให้การตอบรับที่ดี และหลายคนเพิ่งทราบว่ากระทงที่ทำจากโฟมนั้นใช้เวลาย่อยสลายนาน ทำให้มีความตื่นตัวในการสอบถามข้อมูลการย่อยสลายของกระทงที่ใช้วัสดุต่างๆ มาจัดทำ ซึ่งข้อมูลที่รับรู้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการช่วยกันรักษาคูคลองให้สะอาด ด้วยการลด ละ เลิกใช้กระทงที่ทำจากโฟมและกระดาษ หันมาใช้วัสดุธรรมชาติและวัสดุที่ย่อยสลายง่าย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะทำให้แม่น้ำคูคลองไม่เน่าเสียและไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำด้วย

น.ส.ทิพานันกล่าวว่า สำหรับเทศกาลลอยกระทงในปีนี้มาร่วมรณรงค์ให้คนไทยและนักท่องเที่ยวหันมาเน้นใช้หลักการ 3R คือ “ใช้น้อย” (Reduce) การลดขนาดของกระทงที่ใช้ ลดจำนวนชิ้น ใช้วัสดุธรรมชาติในการตกแต่งกระทง เพื่อเป็นการประหยัดทรัพยากรและช่วยลดปริมาณขยะ “ใช้ซ้ำ” (Reuse) การนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ซ้ำ เพื่อเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดอย่างคุ้ม และสุดท้าย “แปรรูปใช้ใหม่” (Recycle) การนำกระทงที่เก็บรวบรวมมาใช้ประโยชน์ โดยกระทงจากวัสดุธรรมชาติจะนำมาใช้ในการหมักปุ๋ยต่อไป ทั้งนี้ พรรคพลังประชารัฐ เราให้ความสำคัญกับการรักษาวัฒนธรรมและรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน เทศกาลลอยกระทงเป็นประเพณีที่งดงาม แต่แม่น้ำคูคลองก็มีความสำคัญไม่เพียงแต่เป็นเส้นทางคมนาคมเท่านั้น แต่ยังผูกพันกับวิถีของชุมชน จึงต้องร่วมใจกันขอขมาพระแม่คงคาด้วยการไม่ทำร้าย สร้างขยะที่ทำให้น้ำเน่าเสีย รวมถึงรักษาความสวยงามของคูคลอง ดังนั้น จึงต้องช่วยรณรงค์ให้ใช้กระทงจากวัสดุธรรมชาติ เพื่อลดปริมาณขยะและรักษาสิ่งแวดล้อม

“ในช่วงนี้ พรรคการเมืองบางพรรคที่ประกาศอุดมการณ์เล่นการเมืองแบบใหม่ แต่เอาเข้าจริงกลับเล่นการเมืองแบบย้อนยุค อาจเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น คดีความที่เกิดขึ้นหลายกระทง ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ทำตัวเอง แต่หวังที่จะลอยกระทงออกไปจากตัวให้พ้นผิด ด้วยการมีท่าทีใช้มวลชนกดดัน อาจจะทำลายสิ่งแวดล้อมและบรรยากาศทางการเมือง กลายเป็นน้ำเน่า” น.ส.ทิพานันกล่าว

บทความก่อนหน้านี้3บริษัทพลังงานเปิดกำไร-ขาดทุน9เดือน
บทความถัดไป“วราวุธ” เปิดวงเสวนา “Talk To Top Vol.1 : รับฟังปัญหาสิ่งแวดล้อมคนกรุง