หน้าแรก การเมือง พิมพ์เขียวข้อ...

พิมพ์เขียวข้อบังคับจริยธรรม‘ส.ว.’ คุมเข้มห้ามคบหาผู้มีอิทธิพล

13.11.19 | 12:03 น.

หมายเหตุ – สาระสำคัญบางส่วนของร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกวุฒิสภาและกรรมาธิการ พ.ศ. … ที่ ส.ว.มีมติรับหลักการ และให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาภายใน 30 วัน โดยมีทั้งหมด 47 ข้อ
—————–
ร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกวุฒิสภาและกรรมาธิการ พ.ศ. …
(ข้อ 1-5 เป็นข้อบังคับเกี่ยวกับเรื่องสมาชิก เรื่องคณะกรรมการและการประชุม)


หมวด 1 จริยธรรม
ส่วนที่ 1 จริยธรรมอันเป็นอุดมการณ์

ข้อ 6 ต้องยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ข้อ 7 ต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐ และความสงบเรียบร้อยของประชาชน
ข้อ 8 ต้องถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนรวม
ข้อ 9 ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบเพื่อตนเองหรือผู้อื่น หรือมีพฤติการณ์ที่รู้เห็นหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้ตำแหน่งหน้าที่ของตนแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ
ข้อ 10 ต้องไม่ขอ ไม่เรียก ไม่รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดในประการที่อาจทำให้กระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติหน้าที่
ข้อ 11 ต้องไม่รับของขวัญของกำนัล ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด เว้นแต่เป็นการรับจากการให้โดยธรรมจรรยา และการรับที่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับให้รับได้

ส่วนที่ 2 จริยธรรมอันเป็นค่านิยมหลัก
ข้อ 12 ไม่กระทำการอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม
ข้อ 13 ยึดมั่นหลักนิติธรรม และประพฤติตนอยู่ในกรอบศีลธรรมอันดีของประชาชน
ข้อ 14 ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรม เป็นอิสระ เป็นกลาง และปราศจากอคติ โดยไม่หวั่นไหวต่ออิทธิพล กระแสสังคม หรือแรงกดดันอันมิชอบด้วยกฎหมาย โดยคำนึงถึงสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ทั้งนี้ ตามความเหมาะสมแห่งสถานภาพ
ข้อ 15 รักษาไว้ซึ่งความลับในการประชุม การพิจารณาวินิจฉัย รวมทั้งเคารพต่อมติของที่ประชุมฝ่ายข้างมาก และเหตุผลของทุกฝ่ายอย่างเคร่งครัด
ข้อ 16 ให้ข้อมูลข่าวสารตามข้อเท็จจริงแก่ประชาชน หรือสื่อมวลชนอันอยู่ในความรับผิดชอบของตน ถูกต้องครบถ้วนและไม่บิดเบือน
ข้อ 17 ไม่ให้คำปรึกษาแก่บุคคลภายนอก หรือแสดงความคิดเห็น หรือข้อมูลต่อสื่อสาธารณะ หรือสาธารณชนในเรื่องที่อยู่ในระหว่างการพิจารณา อันอาจก่อให้เกิดความเสียหาย หรือเสียความเป็นธรรมแก่การปฏิบัติหน้าที่ เว้นแต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายขององค์กร
ข้อ 18 ไม่กระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง
ข้อ 19 ไม่ปล่อยปละละเลยหรือยินยอมให้บุคคลในครอบครัว หรือบุคคลที่อยู่ในกำกับดูแลหรือความรับผิดชอบของตน เรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากคู่กรณี หรือจากบุคคลอื่นใดในประการที่อาจทำให้กระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตน
ข้อ 20 ไม่คบหาสมาคมกับคู่กรณี ผู้ประพฤติผิดกฎหมาย ผู้มีอิทธิพล หรือผู้มีความประพฤติหรือผู้มีชื่อเสียงในทางเสื่อมเสีย อันอาจกระทบกระเทือนต่อความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนในการปฏิบัติหน้าที่
ข้อ 21 ไม่กระทำการอันมีลักษณะเป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ จนเป็นเหตุทำให้ผู้ถูกกระทำได้รับความเดือดร้อนเสียหาย หรือกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ โดยผู้ถูกกระทำอยู่ในภาวะจำต้องยอมรับในการกระทำนั้น
ไม่นำความสัมพันธ์ทางเพศที่ตนมีต่อบุคคลใดมาเป็นเหตุหรือมีอิทธิพลครอบงำให้ใช้ดุลพินิจในการปฏิบัติหน้าที่อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใด

Advertisement

ส่วนที่ 3 จริยธรรมทั่วไป
ข้อ 22 ปฏิบัติหน้าที่ราชการอย่างเต็มกำลังความสามารถ และยึดมั่นในความถูกต้องชอบธรรมโปร่งใสและตรวจสอบได้ และปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติ และความผาสุกของประชาชนโดยรวม
ข้อ 23 อุทิศเวลาแก่ทางราชการ ไม่เบียดบังเวลาราชการไปประกอบธุรกิจ เพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือผู้อื่น
ข้อ 24 ปฏิบัติต่อประชาชนด้วยความเต็มใจ ให้บริการด้วยความรวดเร็ว เสมอภาค ถูกต้องโปร่งใส ปราศจากอคติ และเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
ข้อ 25 ดูแลรักษาและใช้ทรัพย์สินของทางราชการอย่างประหยัด คุ้มค่า โดยระมัดระวังมิให้เสียหาย หรือสิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น
ข้อ 26 รักษาความลับของทางราชการตามกฎหมาย และระเบียบแบบแผนของราชการ
ข้อ 27 ปฏิบัติ กำกับดูแล หรือบังคับบัญชาเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล การงบประมาณและการดำเนินการอื่น ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และระบบคุณธรรม รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดความสามัคคีในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ส่วนรวม

ส่วนที่ 4 จริยธรรมอันเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกและกรรมาธิการ
ข้อ 28 ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติตามและรักษาไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย
ข้อ 29 ต้องเคารพและปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา และมติของที่ประชุมโดยเคร่งครัด
ข้อ 30 ในการพิจารณา สรรหา กลั่นกรอง หรือแต่งตั้งบุคคลใดเข้าสู่ตำแหน่งตามบทบัญญัติของกฎหมายต้องพิจารณาให้เป็นไปตามระบบคุณธรรมและคำนึงถึงพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลดังกล่าวด้วย
ข้อ 31 ต้องให้เกียรติและเคารพสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลของสมาชิก กรรมาธิการและผู้อื่น ไม่แสดงกิริยาหรือใช้วาจาอันไม่สุภาพ ใส่ร้ายหรือเสียดสีบุคคลใด หรือนำเอาเรื่องที่เป็นเท็จมาอภิปราย หรือแสดงความเห็นในการประชุม
ข้อ 32 พึงระวังในการปฏิบัติหน้าที่อันอาจจะก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกและกรรมาธิการอื่น และต้องไม่กระทำการใดอันเป็นการนอกเหนือหน้าที่และอำนาจ
ข้อ 33 พึงเป็นแบบอย่างที่ดีในการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามรวมทั้งการรักษาเอกลักษณ์ของความเป็นชาติไทย
ข้อ 34 พึงแต่งกายสุภาพเรียบร้อยตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา ให้เกียรติและเคารพต่อที่ประชุมรัฐสภา และสำรวมกิริยาวาจาในบริเวณรัฐสภา
ข้อ 35 พึงระวังการปฏิบัติงาน การปฏิบัติหน้าที่ หรือกระทำการใดของผู้เชี่ยวชาญผู้ชำนาญการประจำตัวสมาชิก และผู้ช่วยดำเนินงานของสมาชิก ที่ปรึกษา ผู้ชำนาญการ นักวิชาการ และเลขานุการประจำคณะกรรมาธิการหรือบุคคลใกล้ชิดอื่นใดมิให้มีการกระทำใดๆ อันเป็นที่เสื่อมเสียแก่สมาชิก กรรมาธิการ หรือวุฒิสภา
ข้อ 36 ต้องไม่กระทำการใดหรือปฏิบัติการใดอันเป็นการเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการเป็นสมาชิกหรือกรรมาธิการ หรือก่อให้เกิดความเคลือบแคลง หรือสงสัยว่าจะขัดกับข้อบังคับนี้
ในกรณีที่มีความเคลือบแคลงหรือสงสัย ให้ยุติการกระทำดังกล่าวไว้ก่อน แล้วแจ้งให้คณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัย เมื่อคณะกรรมการวินิจฉัยเป็นประการใดแล้ว จึงปฏิบัติตามนั้น

หมวด 2 การส่งเสริมและควบคุมให้เป็นไปตามจริยธรรม
ส่วนที่ 1 คณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภา

ข้อ 37 ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภา” ประกอบด้วยบุคคล ดังต่อไปนี้
(1) รองประธานวุฒิสภา ที่ประธานวุฒิสภามอบหมายจำนวนหนึ่งคน เป็นประธานคณะกรรมการ
(2) ประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจำวุฒิสภาทุกคณะ ตามข้อ 78 วรรคสอง ของข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ.2562 หรือกรรมาธิการซึ่งประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจำวุฒิสภาแต่ละคณะมอบหมายเมื่อได้หารือคณะกรรมาธิการคณะนั้นๆ แล้ว จำนวนหนึ่งคน เป็นกรรมการให้คณะกรรมการเลือกรองประธานคณะกรรมการ เลขานุการคณะกรรมการ และตำแหน่งอื่นตามความจำเป็น
ให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง
ข้อ 38 คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
(1) ส่งเสริม สนับสนุน ให้มีการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้อย่างเคร่งครัด
(2) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรมและรักษาความลับที่ได้จากการปฏิบัติหน้าที่
(3) รับและพิจารณาเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับจริยธรรมจากสมาชิก บุคคลหรือหน่วยงานใดกรณีที่มีการกล่าวหาว่าสมาชิกหรือกรรมาธิการกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับนี้
(4) พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาอันเกิดจากการใช้ข้อบังคับนี้ เมื่อได้วินิจฉัยแล้วให้คำวินิจฉัยเป็นที่สุด
(5) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อดำเนินการใดๆ อันอยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ รวมทั้งมอบให้คณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานดังกล่าวทำการแทน แล้วรายงานให้คณะกรรมการทราบ
(6) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่วุฒิสภามอบหมาย
ข้อ 39 กรรมการพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) ขาดจากสมาชิกภาพของการเป็นสมาชิก
(4) พ้นจากตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจำวุฒิสภา
(5) ประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจำวุฒิสภาที่มอบหมายนั้นพ้นจากตำแหน่ง หรือมีการยกเลิกการมอบหมาย
(6) อายุของวุฒิสภาสิ้นสุดลง
(7) วุฒิสภามีมติลงโทษตามข้อ 43

ส่วนที่ 2 การพิจารณาเรื่องร้องเรียน
ข้อ 40 หลักเกณฑ์และวิธีการในการรับคำร้อง การรับเรื่องร้องเรียน การนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณา และวิธีพิจารณาของคณะกรรมการ ให้เป็นไปตามระเบียบที่ประธานวุฒิสภากำหนด โดยได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา
ข้อ 41 ให้คณะกรรมการพิจารณาเรื่องที่ได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับจริยธรรมของสมาชิก หรือกรรมาธิการให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่รับคำร้องจากเลขาธิการวุฒิสภา หากมีความจำเป็นไม่สามารถพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้คณะกรรมการขอขยายเวลาต่อประธานวุฒิสภาได้ไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินสามสิบวัน
ข้อ 42 เมื่อคณะกรรมการได้พิจารณาเสร็จแล้ว ให้รายงานต่อวุฒิสภา ในรายงานดังกล่าวคณะกรรมการต้องสรุปข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานต่างๆ พร้อมทั้งความเห็นว่าสมาชิกหรือกรรมาธิการผู้ใดฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับหรือไม่ อย่างไร ข้อใด และควรดำเนินการต่อไปอย่างไร เพื่อให้วุฒิสภาพิจารณา โดยให้เป็นการประชุมลับ
ข้อ 43 ในกรณีที่วุฒิสภาเห็นว่ามีหลักฐานและข้อเท็จจริงอันควรเชื่อได้ว่าสมาชิกหรือกรรมาธิการผู้ใดฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ ให้วุฒิสภามีมติว่ากล่าวตักเตือน หรือตำหนิ
ในกรณีที่วุฒิสภามีมติว่าเป็นการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ อันเกี่ยวกับมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ให้ประธานวุฒิสภาส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป และแจ้งให้ที่ประชุมวุฒิสภาทราบ
มติของวุฒิสภาตามวรรคหนึ่ง ให้ถือเอาคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ เว้นแต่มติของวุฒิสภาตามวรรคสอง ให้ถือเอาคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่
ข้อ 44 การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจริยธรรมตามหมวด 1 ส่วนที่ 1 ให้ถือว่ามีลักษณะร้ายแรง
การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจริยธรรมกรณีอื่น นอกจากที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง จะถือว่ามีลักษณะร้ายแรงหรือไม่ ให้พิจารณาจากพฤติกรรม เจตนา ตำแหน่ง ความสำคัญของตำแหน่ง หน้าที่ความรับผิดชอบ อายุ ประวัติและความประพฤติของผู้นั้น มูลเหตุจูงใจ สภาพแวดล้อมแห่งกรณี ผลร้าย หรือความร้ายแรงของความเสียหายที่เกิดจากการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม และเหตุอื่นอันควรนำมาประกอบการพิจารณา
ข้อ 45 สมาชิกและกรรมาธิการจักต้องปฏิบัติตนให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้และเคารพต่อมติ หรือคำวินิจฉัยของคณะกรรมการและวุฒิสภา

บทเฉพาะกาล
ข้อ 46 ในระหว่างที่ยังมิได้ออกระเบียบตามข้อ 40 ให้นำระเบียบว่าด้วยการยื่นคำร้องการรับคำร้อง การนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณา และวิธีพิจารณาของคณะกรรมการจริยธรรมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ.2559 มาใช้บังคับโดยอนุโลมเท่าที่ไม่ขัด หรือแย้งกับข้อบังคับนี้
ในกรณีที่มีข้อขัดข้องในการดำเนินการตามระเบียบตามวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการตามมติของคณะกรรมการ
ข้อ 47 เรื่องร้องเรียนที่อยู่ในระหว่างการพิจารณา หรือที่มีการยื่นเรื่องไว้ก่อนวันที่ข้อบังคับนี้ใช้บังคับให้ดำเนินการต่อไปตามข้อบังคับนี้