หน้าแรก การเมือง วงประชุมเดือด...

วงประชุมเดือด! ‘ปารีณา’ ขู่ ‘พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์’ ระวังติดคุก เจอฉะกลับ ไม่มีมารยาท

13.11.19 | 14:09 น.

ตู่-ป้อม ส่งตัวแทน ชี้แจง กมธ.ป.ป.ช. เคลียร์ปมถวายสัตย์-พ.ร.บ.งบฯ 63 เสรีพิศุทธ์ ลั่นเชิญใครไป คนนั้นต้องมา ด้าน เอ๋-ปารีณา ป่วนประชุม ยกมือเตือน ระวังจะติดคุก เจอฉะกลับ หน้าซีดไม่มีมารยาท


เมื่อเวลา 11.10 น. วันที่ 13 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา เกียกกาย ที่ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นตัวแทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม และนายประสาร หวังรัตนปราณี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้เดินทางนำเอกสารเข้าชี้แจงต่อกรรมาธิการเป็นรอบที่ 3 ซึ่งสาระสำคัญของเอกสารดังกล่าว เป็นการยืนยันว่าการถวายสัตย์ปฏิญาณครบถ้วนตามกฎหมาย โดยมี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธาน กมธ. เป็นผู้รับหนังสือชี้แจง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า กมธ. มีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ และเป็นเรื่องของ กมธ.ทุกคณะ กับบุคคลที่เราเชิญมาแสดงความคิดเห็น เมื่อเราเชิญนายกฯ หรือรองนายกฯ เราได้ระบุชื่อไปด้วย ดังนั้นเป็นความสัมพันธ์ระหว่าง กมธ. กับบุคคลที่ได้รับเชิญ เพราะเราต้องรับฟังข้อเท็จจริงต่างๆ ไม่สามารถชี้แจงแทนกันได้

การยื่นหนังสือมาตนจะรับไว้พิจารณา ถ้าท่านส่งหนังสือมาโดยที่ พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร ไม่มานั้น แม้จะมีเอกสารที่ลงนามโดยทั้งสองท่าน แต่ถ้าลงนามมาในบุคคลอื่นผมไม่รับ ฉะนั้นตนจะขอมติต่อ กมธ. เพราะไม่ใช่เป็นเรื่องของตนคนเดียว เพราะเราเชิญท่านทั้งสองมาแล้ว โดยขณะที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กำลังกล่าวนั้น น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ สมาชิก กมธ. ก็พยายามยกมือพูดขัด ซึ่ง พล.ต.เสรีพิศุทธ์ ยกมือให้หยุดพูด พร้อมชี้หน้ากล่าวว่า ตอนตนมอบหมายงานให้ท่าน ท่านยังไม่รับ ขอให้ตนพูดจบก่อน “ผมยังไม่จบประเด็นที่จะพูด เข้าใจนะครับ คุณอยู่ในสภา คุณก็รู้อยู่แล้ว ว่าถ้าประธานยังไม่เรียกให้พูด ท่านก็ยังพูดไม่ได้” จากนั้น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จึงเปิดให้โอกาสให้ น.ส.ปารีณา พูด

ซึ่งน.ส.ปารีณากล่าวว่า “ดิฉันมองว่าท่านเปิดรัฐธรรมนูญอ่าน ดิฉันไม่ต้องเปิดเพราะว่าการที่ท่านพูดว่า จะต้องให้พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตรมาเอง ท่านกำลังใช้อำนาจเกินขอบเขต เพราะการเรียกคนมีชี้แจง เป็นเรื่องของความร่วมมือ ที่จะมาหรือไม่มาก็ได้ แต่การที่ท่านบังคับ ให้เขามาเป็นการทำผิดกฎหมาย ท่านอาจจะติดคุกนะคะ ท่านต้องเข้าใจกฎหมายด้วยว่า แม้แต่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ โดนเรียกมา ท่านก็ไม่มา ท่านก็มอบคนอื่นมา มันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ ส.ส.ใหม่อาจจะไม่รู้เรื่อง”

Advertisement

หลังจบประโยคสุดท้าย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ก็กล่าวว่า “คุณขู่ผมหรือ คุณจบอะไรมา ผมมอบหมายงานให้ คุณยังไม่รับเลย หากผมทำผิดกฎหมายผมก็รับผิดชอบ” ซึ่งระหว่างที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าว น.ส.ปารีณาก็พยายามแย้งขัด ประธาน กมธ.จึงหันไปปราม น.ส.ปารีณาเสียงดังว่า “คุณต้องมีมารยาทผม กำลังตอบตรงนี้อยู่”

จากนั้น พล.อ.ชัยชาญชี้แจงว่า การเรียนเชิญนายกฯ และรองนายกฯ เข้ามาชี้แจงนั้น อยู่ในอำนาจ รัฐธรรมนูญ ได้กำหนดไว้ว่า การกระทำการสืบหาข้อเท็จจริง ต้องเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของสภา ส่วนการถามในประเด็นเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณนั้น ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญ ก็ได้สรุปเหตุผลสั้นๆ ไว้ว่า การถวายสัตย์ปฏิญาณดังกล่าว ไม่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบขององค์กรใด ซึ่งมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องไว้ ในส่วนนี้เห็นว่าสภา และกมธ. ก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ในกรณีนี้ได้ ส่วนประเด็นเรื่องของร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ นั้น เมื่อการถวายสัตย์เป็นไปอย่างถูกต้อง ดังนั้นร่าง พ.ร.บ.งบกประมาณฯ ที่มีมติในสภา ก็อยู่ในขั้นตอนของการจัดทำงบประมาณ จึงเรียนว่าทั้งสองเรื่อง ไม่เกี่ยวข้องกับการประพฤติมิชอบ ถ้าไม่อยู่ในอำนาจของกมธ. ตามข้อบังคับการประชุมสภา หมวด 5 ข้อ 90 (2) เรื่องของอำนาจหน้าที่ กมธ. ทางรัฐบาลก็จะขอรับฟังประเด็นหากมีประเด็นเพิ่มเติมได้ นายประสารกล่าวว่า ในหนังสือที่ทาง กมธ.สอบถามไปก็ขอเรียนว่า ในประเด็นเรื่องการถวายสัตย์ และร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ซึ่งกมธ.เห็นว่าเป็นการถวายสัตย์ไม่ครบถ้วน จึงเป็นที่มาให้การเสนอ ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ที่เข้าสู่สภานั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมายเช่นเดียวกัน

ในประเด็นนี้ ตนได้ดูรายละเอียดทั้งหมดแล้ว ก็ต้องแยกเป็นสองประเด็น ประเด็นแรกคือ เรื่องการถวายสัตย์ เป็นเรื่องที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ตามรัฐธรรมนูญ ส่วนจะครบหรือไม่นั้น ก็เป็นเรื่องของพระราชอำนาจ นายประสารกล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนประเด็นที่สองเรื่อง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ท่านนายกฯได้ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว ว่ากระบวนการขั้นตอนการนำเสนอ พ.ร.บ.งบฯ 2563 นั้น ได้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ.2561 ครบถ้วน ซึ่งท่านประธานสภา ได้มีมติอนุมัติและบรรจุไว้ในวาระของการประชุมแล้ว โดยเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนก็ได้มีมติรับหลักการไปแล้ว ตนก็เห็นว่า เป็นไปชอบด้วยกฎหมาย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ความจริงตนไม่มีเหตุผลต้องรับฟังอะไรจากท่าน เพราะท่านไม่ใช่บุคคลที่ตนเชิญ ถ้ากมธ.ไม่มีอำนาจ จะเชิญมาทำไม หรือคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ท่านก็รู้ว่าไม่ใช่คำวินิจฉัย ถ้า กมธ.ไม่มีอำนาจ สภาคงไม่เปิดให้ ครม. เข้ามาชี้แจง และประธานสภาก็ชี้แจงแล้วว่า เป็นเพียงคำสั่ง ไม่ใช่คำวินิจฉัย จึงขอฝากไปกราบเรียนท่านทั้งสองด้วย