‘วัฒนา’ ชี้จับตาศึก ‘บิ๊กตู่-เสรีพิศุทธ์’ – ‘ทหาร-ตำรวจ’ ใครกล้าหาญ ใครของจริง

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรมช.พาณิชย์ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า “รัฐธรรมนูญมาตรา 164 วรรคท้ายบัญญัติให้รัฐมนตรีต้องรับผิดชอบต่อสภาฯ ในเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของตน โดยก่อนเข้ารับหน้าที่ต้องถวายสัตย์ฯ ต่อพระมหากษัตริย์ด้วยถ้อยคำตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้น เมื่อมีกรณีสงสัยว่าการถวายสัตย์ฯ ของรัฐมนตรีจะกระทำไปโดยไม่ชอบตามรัฐธรรมนูญอันจะส่งผลให้กิจการที่ทำต่อจากนั้นอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย สภาย่อมมีอำนาจที่จะเรียกนายกรัฐมนตรีมาสอบถามในกรณีดังกล่าวได้”

“คณะกรรมาธิการเป็นกลไกของสภามีหน้าที่กระทำกิจการ สอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่แทนสภา พรรคการเมืองแต่ละพรรคจะได้โควต้าคณะกรรมาธิการและประธานตามสัดส่วนของจำนวน ส.ส. ที่ได้รับจากการเลือกตั้ง ดังนั้น เสียงข้างมากในคณะกรรมาธิการจึงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตำแหน่งประธานได้ เพราะการเป็นประธานขึ้นอยู่กับจำนวน ส.ส. ของพรรคไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนคณะกรรมาธิการในคณะนั้น อันเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมฯ ข้อ 93 วรรคแปด”

“ส่วนที่มี ส.ส. ทำหนังสือถึงประธานสภาขอให้ระงับการเชิญพลเอกประยุทธ์และพลเอกประวิตรมาชี้แจงในเรื่องนี้โดยอ้างว่าเป็นเรื่องที่สภาได้พิจารณาแล้วจึงคลาดเคลื่อน เพราะเรื่องที่สภาได้พิจารณาคือญัตติตามมาตรา 152 ส่วนเรื่องที่กรรมาธิการเรียกบุคคลทั้งสองมาชี้แจงไม่ใช่ญัตติจึงไม่ซ้ำซ้อนกันและที่ขอให้ประธานสั่งระงับการทำหน้าที่ของประธานกรรมาธิการก็ไม่อาจทำได้เพราะประธานไม่มีอำนาจ สิ่งที่ควรทำคือไปบอกนายกรัฐมนตรีให้มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการตามหน้าที่ไม่เช่นนั้นก็ลาออกไปจะอยู่บ้านหรือไปรีดนมวัวก็จะไม่มีกรรมาธิการไหนไปเชิญมาสอบถาม”

“มาดูกันครับว่าพลเอกที่เป็นตำรวจกับทหาร ใครจะมีความกล้าหาญในหน้าที่มากกว่ากัน ยิ่งทั้งคู่ได้รับเครื่องราชฯ ชั้นรามาธิบดีเหมือนกัน แต่ใครคือของจริงรอดูวันพุธที่จะถึงครับ”

บทความก่อนหน้านี้“ศาลเอาจริง”จับเหตุได้ติดกันหลัง”สราวุธ”ร่อนมาตรการเข้มทุกศาลรายงานเหตุ
บทความถัดไป‘เฟเดอเรอร์’ รับผิดหวังเล่นไม่ออกพ่าย ‘ซิตซิปาส’ ชวดชิงศึก ‘เอทีพี ไฟนอลส์’