ความจริง การที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นำคำแถลงบางส่วนของ น.ส. พรรณิการ์ วานิช ระบุการทำงานของสื่อในเครือข่าย”พลังประชารัฐ”ลงในเฟซบุ๊ค
ก็สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมชมชอบในทางความคิดต่อโฆษกพรรคอนาคตใหม่อยู่แล้ว
รูปธรรมที่ยืนยันก็คือ เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊คคนหนึ่งเข้าไปคอมเมนต์และถามว่า “ท่านรองฯมีความเห็นยังไงครับเรื่องนี้” คำตอบจาก นาย อนุทิน ชาญวีรกูล คือ
“เห็นด้วยกับคุณช่อครับ”
นั่นเท่ากับยืนยันให้เห็นลักษณะ “ร่วม” ในทางความคิดระหว่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล กับ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โดยพื้นฐาน
เป้าหมาย”ร่วม”ก็คือ บทบาทของสื่อ”พลังประชารัฐ”
หากใครติดตามบทบาทของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ประสานเข้ากับบท บาทของ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ในห้วง 1 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ก็แทบไม่มี ความสงสัยอันใดอีก
เพราะได้สะท้อนให้เห็นพฤติกรรมของสื่อ”พลังประชารัฐ”ออกมา อย่างเด่นชัด
ไม่ว่าการเสนอข้อหารือของ นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน
ไม่ว่าการแถลงยาวเหยียดของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ถึงเส้นสนกลในที่สื่อ”พลังประชารัฐ”เล่นงานพรรคภูมิใจไทย
ไม่ว่าการที่ ส.ส.และสมาชิกพรรคภูมิใจไทยทยอยกันแจ้งความ ในแต่ละพื้นที่ของตนโดยพุ่งเป้าไปยังสื่อ”พลังประชารัฐ”
นี่คือความเจ็บปวด”ร่วม”ของพรรคภูมิใจไทย พรรคอนาคตใหม่
ในทางการเมือง ในทางความคิด พรรคภูมิใจไทยกับพรรคอนาคตใหม่ อาจมีจุดต่าง ตรงที่พรรคภูมิใจไทยเป็นฝ่ายรัฐบาล ตรงที่พรรคอนาคต ใหม่เป็นฝ่ายค้าน
แต่ไม่ว่าพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าพรรคอนาคตใหม่ ล้วนถูกเล่นงานกลั่นแกล้งจากสื่อ”พลังประชารัฐ”รายนี้
ปฏิกิริยาโต้กลับจากพรรคภูมิใจไทย และจากพรรคอนาคตใหม่จึงสะท้อนความรู้สึก”ร่วม”ในทางความคิด ในทางการเมืองในลักษณะของผู้ตกเป็นเหยื่อ
เหยื่อจากบทบาท พฤติกรรมของสื่อ”พลังประชารัฐ”

