หน้าแรก การเมือง สมชัย ขู่เพื่...

สมชัย ขู่เพื่อไทยโทษถึงยุบพรรค หากตรวจพบพรรคอยู่เบื้องหลังแกนนำระดมโพสต์

16.06.16 | 13:01 น.
แฟ้มภาพ

“สมชัย” ชี้ สมาชิกพท.โพสต์เฟซบุ๊ก “ไม่รับรธน.” ไม่ผิดกม.ระบุ ไม่ปรากฎถ้อยคำเท็จ-หยาบคาย แต่หากตรวจสอบพบมีขบวนการพรรคเชื่อมโยงอยู่เบื้องหลังส่อผิดขัดคำสั่งคสช.โทษสูงสุดยุบพรรค ยังไม่แจ้งความเอาผิดคนหมิ่นประมาท วอนทุกฝ่ายยุติการทำกระทำที่วุ่นวาย

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 16 มิถุนายน ที่โรงแรมบางกอกพาเลส ประตูน้ำ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่สมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กพร้อมกันว่าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ว่า การแสดงความเห็นของประชาชนไม่ว่าบุคคลเหล่านั้นจะมีฐานะเป็นผู้บริหารของพรรคการเมืองหรือเป็นบุคคลทั่วไป หากดำเนินการโดยสุจริต มีเหตุมีผล ไม่ใช้ถ้อยคำเท็จ ไม่หยาบคาย หรือไม่ปลุกระดม สามารถทำได้ตามปกติ ซึ่งถ้อยคำต่างๆ ที่ปรากฏออกมาก็พบว่ายังอยู่ในขอบเขตที่รับได้ แต่จะต้องพิสูจน์ว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นการกระทำโดยตัวบุคคลหรือไม่หากทำโดยบุคคลโดยไม่ใช้ข้อความที่เท็จหยาบคายหรือปลุกระดม ก็ไม่ถือว่าผิด แต่ถ้าทำกันเป็นขบวนการซึ่งโดยพรรคการเมืองหรือพรรคเพื่อไทย(พท.)เป็นผู้ดำเนินการภายใต้ผู้บริหารพรรค ไม่ถือว่าผิดพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ แต่หากตรวจพิสูจน์ได้ว่ากรณีนี้มีความเชื่อมโยงกับพรรคเพื่อไทยก็จะผิดคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมือง ดังนั้น ประธานกกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองจะต้องเป็นผู้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ซึ่งมีโทษสูงสุดถึงขั้นยุบพรรคการเมือง ส่วนที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญมองว่าเนื้อหาที่โพสต์ของสมาชิกพรรคเพื่อไทยบางคนมีข้อความที่บิดเบือนเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญก็สามารถส่งเรื่องให้กกต.ตรวจสอบได้หรือจะไปแจ้งความดำเนินคดีเองก็สามารถทำได้

นายสมชัย กล่าวต่อว่า วันนี้ตนจะยังไม่ไปดำเนินคดีกับนายวรวุฒิ บุตรมาตร แกนนำกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ ซึ่งพูดจาพาดพิงหมิ่นประมาทตนนั้น เนื่องจากต้องการให้บุคคลเหล่านั้นทบทวนการกระทำของตนเอง และต้องบอกว่ากรณีนี้เป็นบทเรียนที่สำคัญซึ่งต้องขอให้ผู้ที่เคลื่อนไหวกระบวนการประชาธิปไตยตระหนักว่าทุกคนสามารถนำเสนอความคิดเห็นทางการเมืองได้ทั้งเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญหรือประเด็นทางการเมืองทั่วไป เพียงแต่ต้องไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ส่วนจะมีการดำเนินคดีเมื่อใดนั้นตนจะแจ้งให้สื่อมวลชนได้ทราบอีกครั้ง ทั้งนี้ เมื่อไปถึงสถานีตำรวจแล้วคงไม่ทำเพียงเรื่องเดียว คงจะมีการนำเรื่องอื่นๆ ไปดำเนินการพร้อมกัน เพราะตอนนี้ยังปรากฏเว็บไซต์และเพจที่เผยแพร่เพลงที่มีเนื้อหาหยาบคายและเป็นเท็จอยู่ ดังนั้นคงรอดูว่ามีการนำข้อความหรือเพลงออกจากหน้าเว็บหรือเพจแล้วหรือไม่ แต่หากยังไม่ดำเนินการก็คงต้องมีการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวดต่อไป

เมื่อถามว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มพลเมืองโต้กลับที่ศูนย์ราชการฯแจ้งวัฒนะ ทำให้เกิดความวุ่นวาย ผิดกฎหมายหรือไม่ นายสมชัย กล่าวต่อว่า การเคลื่อนไหวทุกเรื่องเป็นสิทธิและเสรีภาพของประชาชน แต่ต้องระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์บานปลายหรือทำให้การออกเสียงประชามตินำไปสู่ความวุ่นวาย ถ้านำไปสู่ความวุ่นวายก็จะเข้าสู่การบังคับใช้กฎหมายพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ มาตรา 61 (1) ดังนั้นตนอยากให้ประชาชนทุกฝ่ายอยู่ในบรรยากาศของการพูดคุยด้วยเหตุผล ใช้ความเป็นสุภาพชนต่อกัน เพราะไม่อยากให้เกิดบรรยากาศที่ก้าวร้าวหรือรุนแรงเหมือนกับเหตุการณ์แบบเมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา ดังนั้นจึงขอให้ทุกฝ่ายและทุกกลุ่มยุติการกระทำที่จะนำไปสู่ความวุ่นวายทั้งหมด เพื่อสร้างบรรยากาศการทำประชามติให้เป็นประชาธิปไตย