หลังฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้สิ้นสุดความเป็น ส.ส. ตามคำร้องของ กกต. กรณีถือหุ้นสื่อวีลัคมีเดีย ซึ่งเป็นคำตัดสินของศาลที่ต้องเคารพและปฏิบัติตาม
ดูเหมือน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญพิพากษา ก็ไม่ได้ท้อถอย ไม่หมดไฟ
หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง ยังไปลงพื้นที่ย่านสยามสแควร์ เพื่อรณรงค์ยกเลิกกฎหมายเกณฑ์ทหารตามนัดหมาย ไม่เปลี่ยนไม่เลิก
โดยมีคนรุ่นใหม่ เยาวชน วัยหนุ่มสาว มาพบปะอย่างเนืองแน่น
ส่วนหนึ่งคงต้องการมาฟังแนวคิดหัวข้อยกเลิกเกณฑ์ทหาร อีกส่วนก็มาให้กำลังใจ
หลังโดนวินิจฉัยให้พ้นจากการเป็น ส.ส.
ขณะที่นายธนาธรยังยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นปกติ แม้จะเพิ่งรับคำตัดสินมาหมาดๆ
นี่ไง พลังอันมากมายของคนในวัยนี้ และยิ่งเมื่อมีอุดมการณ์มีความใฝ่ฝัน ยากที่จะมีอะไรมาหยุดยั้งได้
แต่นายธนาธรก็รีบยืนยันในทันทีว่า การลงพื้นที่พบปะผู้คน ไม่ใช่มาปลุกระดม เพราะกรณีถูกชี้ให้หมดสิ้นสภาพ ส.ส.นั้น ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเอง
เท่ากับว่า บรรยากาศที่ตามมาหลังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้มีความชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับสถานะของนายธนาธร จากที่แค่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว กลายเป็นสิ้นสภาพแล้ว
ทั้งจะมี ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของอนาคตใหม่ ได้เข้ามานั่งในสภาแทน มีเสียงในสภาเพิ่มขึ้น ไม่ใช่แค่มีที่นั่ง แต่ทำงานไม่ได้
ขณะที่นายธนาธรและแกนนำอนาคตใหม่ ก็ไม่ได้ออกอาการท้อแท้ ยืนยันทำงาน
การเมืองต่อไป เดินหน้าตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้
ยังยืนยัน อยู่ไม่เป็น ต่อไป
ขณะที่คดีความอีกกว่า 20 คดียังรออยู่เบื้องหน้า จะต้องเจอกับเรื่องราวหนักหน่วง
อีกมากมาย จะมีคุก จะมียุบ หรือไม่
แต่พร้อมๆ กัน ภาพรวมของนายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ ในอารมณ์ความรู้สึกของ
ทั่วสังคม ก็คือ ได้ยกระดับ จากเรื่องกฎหมาย เป็นการต่อสู้ทางการเมืองอย่างเต็ม
รูปแบบแล้ว
การต่อสู้ที่จะเข้มข้นขึ้นและน่าจะยืดเยื้อยาวนาน
จากที่มองกันว่า อนาคตใหม่ไม่ใช่แค่พรรคการเมืองที่อยู่กับการเลือกตั้งและในสภาเท่านั้น แต่มีลักษณะเชื่อมโยงไปกับการเคลื่อนไหวในสังคมนอกสภาอย่างกลมกลืน เคลื่อนไปกับมวลชนคนรุ่นใหม่จำนวนมากมายหลายล้าน
โดยมีกระแสแนวคิดสร้างการเมืองไปสู่ความเปลี่ยนแปลง พ้นจากการเมืองเดิมๆ เป็นตัวเชื่อมโยง
น่าสนใจว่า เมื่อหัวหอกอนาคตใหม่ต้องหันหลังให้สภา ต้องเดินหน้าไปสู่การเมืองนอกสภาทางเดียวเช่นนี้
เวทีการเมืองนอกสภาน่าจะยิ่งคึกคักขยายตัวน่าจับตามากขึ้นแน่นอน
แต่ก็นั่นแหละ คำว่าเวทีการเมืองนอกสภา คงไม่ได้หมายถึงการลงท้องถนนอย่างเดียว เพราะสามารถเป็นการเมืองที่สร้างสรรค์ ร่วมไปกับประชาชนวงกว้าง สร้างความคิดความเข้าใจ เพื่อเคลื่อนไหวผลักดันสิ่งใหม่ๆ อย่างสันติก็ได้
อย่าได้ตีความในแง่ร้ายสำหรับเวทีใหม่ของนายธนาธร
อย่ามองไปถึงขั้นเป็นการปล่อยเสือเข้าป่า ปล่อยปลาลงน้ำ อะไรขนาดนั้นเลย
สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

