บทเรียน ธนาธร : บทสรุป ‘ยุทธศาสตร์’ : แนวรบ ฝ่ายค้าน

23.11.19 | 11:51 น.

ภายหลังความสะใจต่อชะตากรรมของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ภายหลังความสะใจต่อชะตากรรมของพรรคอนาคตใหม่

สมควรมองอีกด้านของผลสะเทือน

ถามว่าเป้าหมายใหญ่ในการเล่นงาน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ คืออะไร

คำตอบก็คือเป็นปฏิบัติการเชือดไก่ให้ลิงดู

ไก่คือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แล้ว “ลิง” คือใคร

Advertisement

ตอบได้เลยว่า 1 ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ขณะเดียวกัน 1 คือจำนวน 6.3 ล้านคะแนนเสียงที่เลือกพรรคอนาคตใหม่

ถามว่าได้ผลหรือไม่

ส.ส.พรรคอนาคตใหม่จำนวนหนึ่งอาจระส่ำระสาย แต่ด้านหลักยังผนึกกันเหนียวแน่น จำนวน 6.3 ล้านคะแนนเสียงอาจต้องรอ

แต่ความหวาดกลัวกลับมิได้เป็นด้านที่ครอบงำ

ตัวอย่าง 1 คือ ตัวของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ไม่ได้แสดงความหวาดกลัวหรือท้อถอยแม้แต่น้อย ไม่เพียงแต่แสดงความเห็นต่อคำวินิจฉัยอย่างกล้าหาญ

หากแต่ยังลงพื้นที่ตาม “วาระ” ที่วางเอาไว้แล้ว

ยิ่งกว่านั้น เมื่อเข้าร่วมเวทีอภิปรายที่จัดโดย กกต.และต่อมาก็ยังยืนยันเจตนารมณ์ทางการเมืองของตนแน่วแน่

ไม่กลัว “คุก” ไม่สยบยอมต่อ “ทหาร”

หากสำรวจท่าทีของบรรดา “ลิงๆ” ภายในพรรคอนาคตใหม่ ไม่ว่าจะเป็นนายปิยบุตร แสงกนกกุล ไม่ว่าจะเป็น นายชำนาญ จันทร์เรือง

ยังอยู่ในลักษณะ “คนยังคงยืนเด่นโดยท้าทาย”

พรรคอนาคตใหม่ยังคงทำหน้าที่ในสภาอย่างเปี่ยมด้วยคุณภาพเหมือนเดิม เสนอญัตติด่วนในเรื่องประกาศและคำสั่ง คสช.และหัวหน้า คสช.อย่างคึกคัก

มีความพร้อมจะเดินหน้าอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

ปรากฏการณ์หนึ่งซึ่งสำคัญเป็นอย่างมากคือท่าทีอันมาจากพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็น นายภูมิธรรม เวชยชัย ไม่ว่าจะเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

หรือแม้กระทั่ง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์

1 เป็นท่าทีที่เข้าใจเห็นอกเห็นใจในชะตากรรมของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 1 นำเรื่องนี้ไปเทียบเคียงกับชะตากรรมที่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน เคยได้รับ

นี่คือการเชื่อม “อดีต” เข้ากับ “ปัจจุบัน”

นี่คือการพิจารณาสภาพการณ์ทาง

การเมืองอย่างมองเห็นความสัมพันธ์ตั้งแต่ก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 มายังก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557

มองอย่างเห็น “ระบบ” และเข้าใจ “ระบอบ”

ผลก็คือ ชะตากรรมของพรรคอนาคตใหม่ดำเนินไปอย่างเดียวกันกับชะตากรรมของพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และรวมถึงพรรคเพื่อไทย

เพื่อไทย อนาคตใหม่ หายใจร่วม “ชะตากรรม” กัน

ความเข้าใจระหว่างแกนนำของพรรคเพื่อไทยกับพรรคอนาคตใหม่ เช่นนี้มีความสำคัญเป็นอย่างสูงในทางยุทธศาสตร์

ทำให้ผนึกเป็นเนื้อเดียวกันในทางความรู้สึก

เมื่อยุทธศาสตร์ตรงกัน การแยกมิตร แยกศัตรูก็ย่อมแจ่มชัด รู้ว่าใครคือศัตรูหลัก ใครคือมิตรที่จะต้องไปร่วมประสานทำงานด้วยกัน

เมื่อเข้าใจ “ระบบ” ก็กระจ่างในเรื่อง “ระบอบ”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน