ภายหลังความสะใจต่อชะตากรรมของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ภายหลังความสะใจต่อชะตากรรมของพรรคอนาคตใหม่
สมควรมองอีกด้านของผลสะเทือน
ถามว่าเป้าหมายใหญ่ในการเล่นงาน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ คืออะไร
คำตอบก็คือเป็นปฏิบัติการเชือดไก่ให้ลิงดู
ไก่คือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แล้ว “ลิง” คือใคร
ตอบได้เลยว่า 1 ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ขณะเดียวกัน 1 คือจำนวน 6.3 ล้านคะแนนเสียงที่เลือกพรรคอนาคตใหม่
ถามว่าได้ผลหรือไม่
ส.ส.พรรคอนาคตใหม่จำนวนหนึ่งอาจระส่ำระสาย แต่ด้านหลักยังผนึกกันเหนียวแน่น จำนวน 6.3 ล้านคะแนนเสียงอาจต้องรอ
แต่ความหวาดกลัวกลับมิได้เป็นด้านที่ครอบงำ
ตัวอย่าง 1 คือ ตัวของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ไม่ได้แสดงความหวาดกลัวหรือท้อถอยแม้แต่น้อย ไม่เพียงแต่แสดงความเห็นต่อคำวินิจฉัยอย่างกล้าหาญ
หากแต่ยังลงพื้นที่ตาม “วาระ” ที่วางเอาไว้แล้ว
ยิ่งกว่านั้น เมื่อเข้าร่วมเวทีอภิปรายที่จัดโดย กกต.และต่อมาก็ยังยืนยันเจตนารมณ์ทางการเมืองของตนแน่วแน่
ไม่กลัว “คุก” ไม่สยบยอมต่อ “ทหาร”
หากสำรวจท่าทีของบรรดา “ลิงๆ” ภายในพรรคอนาคตใหม่ ไม่ว่าจะเป็นนายปิยบุตร แสงกนกกุล ไม่ว่าจะเป็น นายชำนาญ จันทร์เรือง
ยังอยู่ในลักษณะ “คนยังคงยืนเด่นโดยท้าทาย”
พรรคอนาคตใหม่ยังคงทำหน้าที่ในสภาอย่างเปี่ยมด้วยคุณภาพเหมือนเดิม เสนอญัตติด่วนในเรื่องประกาศและคำสั่ง คสช.และหัวหน้า คสช.อย่างคึกคัก
มีความพร้อมจะเดินหน้าอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
ปรากฏการณ์หนึ่งซึ่งสำคัญเป็นอย่างมากคือท่าทีอันมาจากพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็น นายภูมิธรรม เวชยชัย ไม่ว่าจะเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
หรือแม้กระทั่ง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์
1 เป็นท่าทีที่เข้าใจเห็นอกเห็นใจในชะตากรรมของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 1 นำเรื่องนี้ไปเทียบเคียงกับชะตากรรมที่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน เคยได้รับ
นี่คือการเชื่อม “อดีต” เข้ากับ “ปัจจุบัน”
นี่คือการพิจารณาสภาพการณ์ทาง
การเมืองอย่างมองเห็นความสัมพันธ์ตั้งแต่ก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 มายังก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
มองอย่างเห็น “ระบบ” และเข้าใจ “ระบอบ”
ผลก็คือ ชะตากรรมของพรรคอนาคตใหม่ดำเนินไปอย่างเดียวกันกับชะตากรรมของพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และรวมถึงพรรคเพื่อไทย
เพื่อไทย อนาคตใหม่ หายใจร่วม “ชะตากรรม” กัน
ความเข้าใจระหว่างแกนนำของพรรคเพื่อไทยกับพรรคอนาคตใหม่ เช่นนี้มีความสำคัญเป็นอย่างสูงในทางยุทธศาสตร์
ทำให้ผนึกเป็นเนื้อเดียวกันในทางความรู้สึก
เมื่อยุทธศาสตร์ตรงกัน การแยกมิตร แยกศัตรูก็ย่อมแจ่มชัด รู้ว่าใครคือศัตรูหลัก ใครคือมิตรที่จะต้องไปร่วมประสานทำงานด้วยกัน
เมื่อเข้าใจ “ระบบ” ก็กระจ่างในเรื่อง “ระบอบ”


