‘ประชาชาติ’เดินเครื่อง ปชต.‘พหุวัฒนธรรม’

หมายเหตุพรรคประชาชาติ (ปช.) จัดสัมมนาเรื่อง “การเมืองระบอบประชาธิปไตยกับสังคมพหุวัฒนธรรม” พร้อมปาฐกถาในหัวข้อ “อดีต ปัจจุบันและอนาคตของสังคมไทยในสังคมพหุวัฒนธรรม” ที่โรงแรมวินทรี ซิตี้ รีสอร์ท จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน

วันมูหะมัดนอร์ มะทา
หัวหน้าพรรคประชาชาติ

ความต้องการของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยในแต่ละภูมิภาคไม่เหมือนกัน ภาคอีสานคนส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรมีปัญหาเรื่องน้ำ ภาคใต้ก็มีปัญหาเรื่องราคายางพารา ประมง เรื่องความมั่นคงแห่งรัฐสอดคล้องการอยู่อย่างสันติและความสงบเรียบร้อย สำหรับภาคเหนือ มีความโดดเด่นเรื่องสังคมพหุวัฒนธรรมเพราะความเด่นชัดของความหลากหลายชาติพันธุ์ ภาษา แต่ยังมีปัญหาในเรื่องความเหลื่อมล้ำเรื่องการทำมาหากิน แม้แต่เรื่องของบัตรประชาชนยังได้รับไม่ทั่วถึง นี่คือความเหลื่อมล้ำทั้งที่พ่อแม่และตัวเราก็เกิดขึ้นในประเทศไทย พรรค ปช.ต้องการสร้างสังคมประชาธิปไตยที่ยอมรับความหลากหลายของชาติพันธุ์ ศาสนา วัฒนธรรม ผิวพรรณของคนในประเทศนี้ มีสิทธิเสรีภาพ มีส่วนร่วมในการปกครองประเทศเช่นเดียวกัน ในการปกครองในระบบประชาธิปไตยของไทยนั้นก็มีคนหลายชาติพันธุ์ หลายศาสนา หลายภาษา บางประเทศก็มีเป็นร้อยๆ ภาษา มีศาสนาหลายๆ ศาสนา ภาคเหนือมีความเป็นอยู่บนภูเขา อีสานอยู่ที่ราบสูง ภาคกลางอยู่ราบลุ่ม ภาคใต้อยู่ภูเขาและติดชายทะเล โดยทั้งหมดมีความหลากหลายทั้งภาษาและศาสนา

ทั้งนี้ พรรค ปช.ต้องการเน้นย้ำว่า พรรคการเมืองอาจมีไม่กี่พรรคหรือมีพรรคเดียวที่จะรวมคนทุกชาติพันธุ์ ทุกศาสนา ทุกวัฒนธรรม ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนในไทยคุณคือคนไทยภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีสิทธิมีเสียงเท่ากับคนไทยทุกคน แต่ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าความเสมอภาค สิทธิและเสียง บางทีถูกคนชนชั้นปกครองมองว่าไม่เท่ากัน ชาติพันธุ์นั้นเหนือกว่าชาติพันธุ์อื่น ภาษาและถิ่นที่อยู่นั้นสูงกว่า และถิ่นที่อยู่อื่นต่ำต้อยกว่า สิ่งเหล่านี้สร้างความไม่เป็นธรรม พรรค ปช.ต้องการสร้างสังคมที่เข้มแข็งด้วยคนหลายชาติพันธุ์ หลายศาสนา หลายภาษา ไม่มีประเทศใดที่มีศาสนาเดียว สังคมเดียว ประเทศที่เจริญแล้วให้การยอมรับชาติพันธุ์ เช่น สหรัฐอเมริกา ทุกคนอยู่ด้วยสิทธิเสียงเท่ากัน ผู้นำประเทศมีทั้งผิวขาว ผิวดำ ดังนั้นประเทศไทยคงไม่แตกต่างกัน ที่ต้องสร้างสังคมประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง ทำอย่างไรที่จะให้การยอมรับมีส่วนร่วมในการเมืองอย่างเท่าเทียมกัน อยู่กันด้วยความรักและความเข้าใจกัน เรามาช่วยกันสร้างชาติบ้านเมืองของเราให้เจริญกัน

แต่ในทางตรงข้าม ถ้าเรามีความรู้สึกว่าประเทศนี้อาจจะมีหลายชาติพันธุ์ หลายศาสนา มีหลายวัฒนธรรม แต่ยอมรับกันได้แค่ชาติพันธุ์บางกลุ่ม บางอาชีพ บางศาสนาอื่น จะทำให้ขาดความรักความเข้าใจ จะไม่สามารถรวมพลังในการสร้างชาติใดๆ ได้ โดยเฉพาะปัญหาในเวลานี้คือเรื่องเศรษฐกิจ ผมนับถือศาสนาอิสลาม หลายคนในที่นี้อาจนับถือศาสนาอื่น แต่ในอิสลาม พระเจ้าบอกว่าสร้างโลกนี้มาให้มนุษย์มีหลายชาติพันธุ์ บางคนผิวขาว บางคนผิวดำ บางคนหลากหลายสี มีภาษาหลากหลาย มีที่อยู่ที่แตกต่างกัน แต่พระเจ้าบอกว่าความแตกต่างหลากหลายเหล่านี้ฉันได้สร้างขึ้นมาเพื่อให้เจ้าทั้งหลายได้รู้จักกัน เอื้อเฟื้อช่วยเหลือกันไม่ได้สร้างความหลากหลายให้ทะเลาะกัน รบกัน แก่งแย่งทรัพยากร ศาสนาพุทธก็เหมือนกัน คือเราต้องอยู่ร่วมกัน รักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง ถึงแม้พรรค ปช.จะสร้างยาก โตช้า แต่เราต้องการโตท่ามกลางความรัก ความสมานฉันท์ของคนในประเทศนี้ไม่เหลือแม้แต่ชาติพันธุ์เดียว การสร้างความเข้าใจมันสร้างยากกว่าสร้างความแตกแยก เราต้องยอมรับการพูดให้คนแตกแยกให้คนเกลียดชังกันให้คนทะเลาะกันมันพูดไม่กี่คำ เช่น ในรัฐสภาพูดไม่กี่คำก็ทะเลาะกันตลอด การจะสร้างให้คนอยู่ร่วมกันรวมพลังกันสร้างชาติต้องใช้เวลาและต้องมีความอดทน พรรค ปช.ต้องการสร้างสิ่งเหล่านี้ในสังคมประชาธิปไตย

เมื่อมีการเลือกตั้งแล้วเป็นภาระหน้าที่ของพรรคประชาชาติทั้ง 7 คน ที่ต้องทำงานเพื่อเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ขอยืนยันพี่น้องประชาชาติภาคใต้หรือว่าภาคเหนือเราจะทำหน้าที่เพื่อเป็นปากเสียงแทนคนทุกภาค นำปัญหาของท่านทั้งหลายเข้าไปสู่สภาเพื่อแก้ไข ถึงแม้พรรคประชาชาติจะเป็นพรรคเล็กแต่เราทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเข้มแข็ง ใช้กฎข้อบังคับใช้กฎหมาย นำเสนอแก้ปัญหาในสภาไม่น้อยกว่าพรรคใหญ่และได้เสียงสนับสนุนจากสมาชิกในสภาเป็นอย่างดี สิ่งที่พูดในสภาประชาชนเข้าใจและต้องการความจริงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติโดยกลั่นกรองและทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ประเด็นปัญหาใหญ่ของประเทศเราในขณะนี้ที่เป็นภาระผูกพันเมื่อช่วงหาเสียงวันนี้ถึงแม้เราจะบอกว่าเรามีการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมี  พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขก็ตาม แต่คนทั่วไปประจักษ์ รัฐธรรมนูญ’60 ไม่เป็นประชาธิปไตยมากมาย     มีรูปร่างหน้าตาที่ไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างที่ควรจะเป็น และยังสืบทอดอำนาจของเผด็จการอีกมากมาย พรรค ปช.และคนอื่นที่เห็นว่ารัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตยต้องร่วมมือกันแก้ไข

โดยญัตติที่นำเสนอเรื่องขอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อหาทางแก้ไขให้ประเทศชาติประชาธิปไตยได้เข้าสู่การพิจารณาเพื่อให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย ปัญหาปากท้องของประชาชนวันนี้เราได้รัฐบาลที่ไม่ควรเป็นรัฐบาลที่มาแก้ไขปัญหาของประเทศ ซึ่งไม่สามารถแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนได้ ถึงแม้จะบอกว่ามาบริหารไม่ถึงหนึ่งปี แต่ความจริงบริหารต่อเนื่องมาห้าปีแล้วมีแต่เศรษฐกิจตกลง ในฐานะที่เป็นกรรมาธิการงบประมาณดูแล้วก็สิ้นหวังว่าประเทศชาติจะเดินไปยังไง ถ้าเป็นคนหรือกิจการบริษัทก็รอวันล้มละลาย เพราะงบประมาณห้าถึงหกปีที่ผ่านมาขาดดุลรายจ่ายมากกว่ารายรับ แต่ละปีเกือบ 5 แสนล้าน บอกไปแค่ใช้หนี้ก็ไม่พออยู่แล้วมีงบประมาณปีนี้ก็ยังกู้ต่ออีกทำท่าว่าหากยังเป็นรัฐบาลต่อก็จะกู้เงินอีกเรื่อยๆ ประเทศชาติจะเป็นอิสระได้อย่างไร

ทั้งนี้ ถ้ากู้เงินเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจทำให้ประเทศพัฒนาประชาชนมีกิน มีการศึกษาที่ดี เพื่อพัฒนาประเทศก็ไม่เป็นไร แต่กู้เงินมาเพื่อแจกเงิน กู้เงินมาเพื่อไปเที่ยว คิดได้อย่างไร หากประเทศมีเงินเหลือ เก็บภาษีได้เยอะเศรษฐกิจดีส่งออกดีจะแจกเงินเท่าไหร่ก็ได้ และในเดือนธันวาคมจะยื่นการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล นี่คือหน้าที่ของพรรคประชาชาติที่กำลังดำเนินการ

ยุทธพร อิสรชัย
อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช

หากพูดถึงประชาธิปไตยหลายคนบอกว่าเป็นคำพูดที่ลอยๆ รู้สึกว่าเข้าไปไม่ถึง แต่ประชาธิปไตยอยู่ในทุกมิติซึ่งมีดีเอ็นเออยู่ 4-5 เรื่อง เช่น สิทธิเสรีภาพความเสมอภาค หลักนิติธรรม สิทธิมนุษยชน เรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งทั้งหมดไม่ได้อยู่ในตำราเลยหรือลอยมาแต่อยู่กับพวกเราทั้งหมด แต่มีอะไรบางอย่างที่มาปิดกั้นกดทับสิ่งเหล่านี้เอาไว้ และดูเหมือนว่าไกลตัว ดังนั้นเมื่อเราเป็นคนสร้างรัฐก็ไม่ควรจะใหญ่กว่าประชาชนและไม่ควรครอบงำวิถีชีวิตบ้านแต่ละบ้านและชุมชนแต่ละท้องถิ่นก็ต้องมีชีวิตและวิถีชีวิตของตนเอง ซึ่งเป็นที่มาของการพัฒนาทางความคิดพื้นฐานทางสังคมวัฒนธรรมต่างๆ ซึ่งเราเรียกว่าพหุสังคม และมีวิถีชีวิตของเขาเรื่อยมาจนกลายเป็นวัฒนธรรมและเกิดพหุวัฒนธรรม แต่เมื่อเรามีรัฐในนิยามความหมายของประเทศไทยถูกแยกความหมายคนละแบบกับรัฐที่มาของประชาชนในลักษณะที่ไม่เอาประชาชนเป็นตัวตั้งหรือพื้นฐานชุมชนเป็นตัวตั้ง สุดท้ายก็เกิดอุดมการณ์ชาตินิยมในการสร้างให้รัฐอยู่เหนือประชาชน เกิดภาวะที่รัฐของสังคมอุดมการณ์ความคิดชาตินิยม ทุกตอนแต่งจนกลายเป็นนิทาน หากวันนี้เราจะพูดถึงประชาธิปไตยที่ต้องเป็นประชาธิปไตยที่หลากหลาย คือการยอมรับความแตกต่าง

ประชาธิปไตยไม่ใช่เรื่องเป้าหมายและหากจะไปได้ก็ต้องเปิดพื้นที่การมีส่วนร่วมยอมรับซึ่งกันและกัน ดังนั้นเครื่องมือที่สำคัญคือรัฐธรรมนูญที่มีความสัมพันธ์ทางอำนาจและความสัมพันธ์ของผู้คน ในเชิงหลักการไม่มีอะไรขาดตกบกพร่องเท่าไหร่

เรื่องสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค หลักนิติธรรม ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แต่ทำไมสิ่งเหล่านี้ไม่เกิดขึ้นจริงในทางปฏิบัติ ถ้าเกิดขึ้นก็น้อยมากเพราะกระบวนการการมีส่วนร่วมน้อยมาก กติกาที่ถูกกำหนดขึ้นไม่ได้มาจากทุกคนทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและได้การยอมรับจากสังคม ดังนั้นหากวันนี้จะพูดถึงกติกาใหม่โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยวิธีใดก็ตาม วันนี้แค่เลือกประธานกรรมาธิการแก้รัฐธรรมนูญยังไม่ถึงไหนเลย เรื่องนั้นนี้ ต้องทำให้รัฐธรรมนูญเป็นเจ้าของร่วม คือต้องให้เกิดเวทีให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมและสัมผัสรัฐธรรมนูญให้ได้มากที่สุด

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง
เลขาธิการพรรคประชาชาติ

วันนี้เราได้พิสูจน์แล้วว่าภาษีที่นำมาใช้บริหารประเทศจากคนยากคนจนมากกว่าคนรวย และอีกส่วนหนึ่งที่นำมาใช้บริหารประเทศคือการกู้เงินและมีดอกเบี้ย การแก้ไขปัญหาจากรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาสู่รัฐบาลปัจจุบัน แม้จะมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแต่ก็ถูกมองว่าเอาใจคนรวย โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โครงการดูเหมือนดีแต่ถามว่าใครได้ประโยชน์ ขอยกตัวอย่างมีคนใหญ่คนโตท่านหนึ่งไปเป็นประธานที่ปรึกษาบริษัทมีที่ดินอยู่ 10,000 ไร่ ช่วงที่ตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังการปฏิวัติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ให้ที่ปรึกษาคนนี้มาเป็นคนในรัฐบาล โดยบริษัทที่เขาเป็นประธานที่ปรึกษาได้ไปกว้านซื้อที่ดิน 1.4 หมื่นไร่ ราคาไร่ละไม่เกิน 1 ล้าน ให้ค่านายหน้า 500,000 บาท โดยที่ดินนั้นเมื่อเร็วๆ นี้ได้ประกาศให้เป็นพื้นที่สีม่วง คือให้ทำโรงงานอุตสาหกรรมได้ ทำให้ที่ดินที่ซื้อ 1.4 หมื่นไร่ ขายไร่ละ 11 ล้าน กำไรทันที 9.5 ล้าน ดังนั้นการที่คุณมีตำแหน่งใน ครม.เป็นบอร์ดอีอีซีทำให้รวยทันที 1.3 แสนล้าน คือสิ่งที่มากับอำนาจรัฐ สามารถจะเอื้อประโยชน์ ถามว่าอีอีซีคนเชียงใหม่ได้ประโยชน์ รถไฟความเร็วสูงเราเห็นด้วยกับการพัฒนาแต่การเชื่อมแค่สามสนามบิน นำแอร์พอร์ตลิงก์ไปให้บริษัทที่รวยไปพัฒนานี่คืออำนาจของรัฐบาลที่ไม่เป็นประชาธิปไตย

วันนี้พรรคประชาชาติไม่ต้องการเล่นการเมืองเพื่อเข้าไปสู่สภา แต่เรามองว่าวันนี้จะเป็นประชาธิปไตยไม่พอแต่ต้องเป็นประชาธิปไตยที่เป็นพหุวัฒนธรรม คือต้องการให้คนกลุ่มน้อยทุกชาติพันธุ์ทุกคนมีศักดิ์ศรีมีความเท่าเทียมกัน สังคมไทยมีเรามีเขามีการแบ่งแยกกลุ่มนี้ทำไม่ผิดแต่อีกกลุ่มนี้หายใจก็อาจจะผิด คนไม่ว่าจะแตกต่างอย่างไรก็สามารถเป็นพี่น้องกันได้ แต่วันนี้คนไม่ได้แตกต่างทางศาสนาหรือเชื้อชาติ แค่แตกต่างจากความเชื่อที่ประชาธิปไตย กลับถูกผลักไปเป็นแดงเป็นเหลืองเมื่อถูกผลักแล้วยากต่อการแก้ไข ดังนั้น พรรคประชาชาติต้องการสร้างความปรองดองให้กับประเทศ ผมเคยประกาศไปว่าพรรคประชาชาติอย่างน้อยต้องเอา 5 อ.มาให้ประชาชนให้ได้ 1.ต้องมีอาหารกินและไม่ยากจน 2.ต้องทำให้คนมีอาชีพ 3.ต้องทำให้คนมีอนามัย 4.ต้องส่งเสริมอัตลักษณ์ของชาติและวัฒนธรรม อยากให้ประชาชนทางเหนือรักษาวัฒนธรรมและภาษาเพราะการสูญสิ้นภาษาก็เหมือนการสูญสิ้นชาติพันธุ์ 5.ต้องทำโอกาสให้บ้านเมืองกลับมาสู่ประชาธิปไตยและต้องเป็นประชาธิปไตยที่ให้ประชาชนได้ใช้ความคิดสติปัญญาของตัวเองมาทำร่วมกัน และต้องทำบ้านเมืองไม่ให้มีความเหลื่อมล้ำและทำให้เป็นรัฐสวัสดิการ

และผมไม่เอาเด็ดขาดคือความอยุติธรรมทั้งหมดคือการส่งเสริมประชาธิปไตยในแนวพหุวัฒนธรรมจึงเป็นเรื่องที่ท้าทาย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon