‘จตุพร’ ชี้ กมธ.ป.ป.ช.ทำงานไม่ได้ เพราะชายหญิงคู่หนึ่งป่วนทุกสัปดาห์ ย้ำประธานต้องตั้งหลักจัดการปัญหา 

24.11.19 | 17:14 น.

‘จตุพร’ ชี้ กมธ.ป.ป.ช.ทำงานไม่ได้ เพราะชายหญิงคู่หนึ่งป่วนทุกสัปดาห์ ย้ำประธานต้องตั้งหลักจัดการปัญหา

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ที่ร้านกาแฟ พีซคอฟฟี่แอนด์ ไลบรารี่ อิมพีเรียล ลาดพร้าว ชั้น 5 มีการจัด รายการลมหายใจ พีซทีวี เวทีทัศน์ ที่ออกอากาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพีซทีวี โดยมีแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) มาพบปะพูดคุย ทำกิจกรรมร่วมกันเป็นประจำทุกสัปดาห์


นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าววิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองหลังนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ถูกตัดสินให้พ้นสมาชิกภาพ ส.ส. ว่าหลายคนไม่พอใจตนที่วิเคราะห์ในเรื่องคดีของนายธนาธรว่าจะไม่รอด ซึ่งก็ไม่รอดจริงๆ แต่ทั้งนี้ การมองกระดานการเมืองต้องมองด้วยความเป็นจริง ไม่ใช้อคติ หรือความชอบเป็นพิเศษ ในส่วนของนายธนาธรนั้นชัดเจนตั้งแต่การที่ไม่ได้ทำงานในสภาผู้แทนราษฎรแม้แต่วันเดียว เป็นปรากฏการณ์ที่สรุปจบแล้วว่าถูกล็อกเป้า อย่างไรก็ไม่รอด สิ่งที่ต้องคิดต่อคือจะสู้ต่อไปอย่างไร เลิกคิดเรื่องความถูกผิด อย่าถามหาข้อเท็จจริง ถ้าเราถามหาเรื่องแบบนั้นแสดงว่าไม่เข้าใจกระดานการเมือง คนที่เพิ่งเคยเจอสถานการณ์นี้ต้องตั้งหลัก คิดในมิติที่ไม่เข้าข้างตัวเอง ทำความเข้าใจว่าถูกชี้เป้าไว้แล้ว สิ่งที่ต้องคิดคือจะสู้อย่างไรต่อไป ทั้งนี้ ตนในฐานะคนผ่านทาง ไม่มีผลประโยชน์ทางการเมืองเกี่ยวข้องวิเคราะห์ว่า นายธนาธรมีอย่างน้อย 4 ดาบที่ต้องเจอ ดาบแรกคือ เรื่องพ้นสมาชิกภาพ ซึ่งเจอไปแล้ว ดาบที่สองคือ เรื่องพรรคอนาคตใหม่ถูกร้องเรียนเรื่องล้มล้างการปกครอง ต้นเดือนธันวาคมจะมีการตัดสิน ดาบที่สามคือ เรื่องต่อเนื่องจากพ้นสมาชิกภาพ ส.ส.คือคดีอาญา ในศาลฎีกา แผนกเลือกตั้งโทษ 1-10 ปี ตัดสิทธิการเมืองถ้าเต็มที่ก็ 20 ปี และดาบที่สี่คือเรื่องที่นายธนาธรให้เงินกู้กับพรรคอนาคตใหม่ สถานการณ์ขณะนี้ ในฐานะคนผ่านเส้นทางนี้มาแล้วรู้ว่าจะเจออะไร ควรหาทางสู้ สู้อย่างไรต้องไปคิด

นายจตุพรกล่าวถึงการทำงานของคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) ว่า จะเห็นได้ว่า กมธ.ดังกล่าวจะเป็น กมธ.ที่ทำงานไม่ได้อีกต่อไป มีชายหญิงคู่หนึ่งคอยป่วนทุกสัปดาห์ ถ้าทุกสัปดาห์ยังต้องเจอปัญหาแบบนี้อย่าประชุมให้เสียเวลา ต้นเหตุแค่จากเรื่องเชิญนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี ทำให้มีคนเข้ามาป่วน อย่างไรก็ตาม คนที่ทำหน้าที่ประธาน กมธ.นี้ ต้องตั้งหลักใหม่ จัดการปัญหาให้ได้ หากจัดการไม่ได้จะเกิดวิวัฒนาการเหมือนในอดีต อาทิ การลากเก้าอี้ ในที่ประชุม นำพาความเสื่อมสู่สภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่ง

นายจตุพรกล่าวถึงเรื่องกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ตนเคยแนะไปแล้วเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากยังฝืนตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะพังตั้งแต่เริ่ม เป็นการซื้อเวลา ไม่มีวันสำเร็จ ถ้าทำตามที่ตนแนะคือแก้มาตรา 256 เพื่อให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร.เพียงแค่นั้น ไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาใดๆ การทำเช่นนี้ จะทำให้หนทางยากลำบากไปอีก

Advertisement

นายจตุพรกล่าวอีกว่า ตนคาดว่าในวันที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ วันนั้นสถานการณ์ทางการเมืองจะแย่ กำลังฝ่ายค้านจะหายไปส่วนหนึ่ง อย่างไรก็ตาม เราหนีวิบากกรรมเศรษฐกิจประเทศไม่ได้ ท้ายที่สุด เมื่อท้องประชาชนหิวถึงที่สุด รัฐบาลที่แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้จะอยู่ไม่ได้ ทั้งนี้ เมื่อแก้ปัญหาชาติไม่ได้ ควรคิดสละ โดยเฉพาะผู้มีอำนาจ ไม่ควรอยู่เป็นภาระประชาชน