“ไพบูลย์”โต้กลับ”ช่อ” เดียร์ถือหุ้นสื่อ ต่างจาก”ธนาธร” สิ้นเชิง ยัน ขายหุ้นสื่อก่อนลงสมัครส.ส.

25.11.19 | 17:12 น.

“ไพบูลย์”โต้กลับ”ช่อ” หลังยื่นกกต.สอบ”มาดามเดียร์”ปมถือหุ้นสื่อ ชี้แตกต่างจากคดี”ธนาธร” อย่างสิ้นเชิง ยัน ขายหุ้นสื่อก่อนลงสมัครส.ส.

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณี น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ยื่นคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ตรวจสอบเอาผิดการถือครองหุ้นสื่อของ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ว่า ตนเห็นว่ากรณีการขายหุ้นสื่อของ น.ส.วทันยา แตกต่างกับกรณีการขายหุ้นสื่อ ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อย่างสิ้นเชิง ดังปรากฏในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 14/2562 วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 ปรากฏข้อเท็จจริงในคำวินิจฉัย หน้าที่ 22 และ หน้าที่23 ว่านายธนาธร อ้างว่าได้ขายหุ้นสื่อให้แก่ นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจในวันที่ 8 มกราคม 2562 และนางสมพร ได้ชำระเงินค่าหุ้นสื่อจำนวนเงิน 6,750,000 บาท โดยสั่งจ่ายด้วยเช็ดธนาคารกรุงศรีอยุธยา ฉบับ ลงวันที่ 8 มกราคม 2562 แต่ปรากฏว่านำเช็คไปเรียกเก็บเงินเข้าบัญชีนายธนาธร ในวันที่ 16 พฤษภาคม 2562 เป็นระยะเวลานานถึง 128 วัน เป็นเวลาถึง 4 เดือนเศษนับจากวันออกเช็ค ซึ่งเป็นวันที่ 8 มกราคม 2562 ศาลเห็นว่า นายธนาธร สามารถนำเช็คเข้าบัญชีตั้งแต่ วันที่ 9 มกราคม 2562 แต่กลับนำเข้าบัญชี วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 ประเด็นดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงสำคัญ ศาลจึงไม่เชื่อว่ามีการซื้อขายหุ้นเกิดขึ้นจริงในวันที่ 8 มกราคม 2562

“แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับกรณีการขายหุ้นสื่อของน.ส.วทันยา ซึ่งปรากฏหลักฐานการสั่งขายหุ้นเกิดขึ้นในวันที่ 11และ วันที่ 12 ธันวาคม 2561 โดยขายหุ้นสื่อทั้งหมดผ่านโบรกเกอร์ 3 บริษัท ซึ่งเป็นบริษัทหลักทรัพย์ตัวแทนขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ และต่อมาบริษัทตัวแทนขายหุ้น ก็ได้โอนเงินค่าหุ้นสื่อเข้าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ธนาคารไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชี น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ในวันที่ 13 และ วันที่ 14 ธันวาคม 2561 ยอดเงินรวม 41 ล้านบาท ซึ่งมีหลักฐานการโอนเงินปรากฏอยู่ในสมุดเงินฝากธนาคารของน.ส.วทันยา”

นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า ตามกฏหมายแล้วจึงถือว่าได้มีการขายหุ้นสื่อเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว ดังนั้น น.ส.วทันยา จึงขาดจากการเป็นผู้ถือหุ้นสื่อ ตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2561 ซึ่งต่อมาอีกประมาณ 2เดือน ได้ไปสมัครรับเลือกตั้งส.ส จึงไม่มีปัญหาเรื่องการขาดคุณสมบัติเพราะเหตุแห่งการถือหุ้นสื่อ ดังที่ น.ส.พรรณิการ์ ร้องต่อ กกต.