หลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้นำหมายศาลเข้าตรวจค้นฟาร์มไก่เขาสน หมู่ที่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ พบมีพื้นที่ป่าไม้ถูกบุกรุก 46 ไร่ มีโรงเรือน 5 โรงปลูกสร้างอยู่ จึงตรวจยึดไว้ และเตรียมแจ้งความดำเนินคดีกับผู้บุกรุกนั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 นายธวัชชัย ลัดกรูด ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ ร่วมกับนายสมชาย เปรมพาณิชย์นุกูล ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) และนายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าการดำเนินการในที่ดินที่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ บุกรุกพื้นที่ป่าไม้ ว่า หลังตรวจสอบพบมีพื้นที่ป่าไม้ถูกบุกรุก 46 ไร่ ซึ่งต้องแจ้งความดำเนินคดีกับผู้บุกรุก แต่ในวันนี้ยังไม่แจ้งความแต่อย่างใด เนื่องจากต้องรอรวบรวมหลักฐาน ทั้งทะเบียนราษฎร์ของผู้บุกรุก และต้องขอข้อมูลที่ ปปช. ซึ่งน.ส.ปารีณาไปยื่นบัญชีทรัพย์สินไว้ คาดว่าจะสามารถแจ้งความได้ในเร็วๆ นี้

ส่วนการดำเนินคดี เมื่อทำการแจ้งความแล้ว จะต้องเข้าไปปักป้ายเป็นพื้นที่ที่ตรวจยึดไว้แล้ว ห้ามเข้าไปทำกิจการใด ๆ และต้องเข้าตรวจสอบพื้นที่ให้ละเอียดอีกรอบ ส่วนพื้นที่ สปก. ทราบว่ามีมากกว่า 600 ไร่ ต้องให้ สปก.มาชี้แจงเอง แต่วันนี้ สปก. ไม่ได้มาด้วย จึงไม่สามารถตอบคำถามแทนได้ ส่วนโรงเรือนที่พบ 5 โรงในพื้นที่ของป่าไม้นั้น จากการตรวจสอบ พบว่าไม่ได้ทำกิจการมากกว่า 2 สัปดาห์แล้ว ยืนยันว่าคดีนี้เหมือนคดีบุกรุกป่าทั่วไป กรมป่าไม้ต้องทำตามขั้นตอนของกฎหมายเหมือนกัน ไม่มีความแตกต่างอะไร เพียงแต่ต้องหาหลักฐานให้รัดกุมในการดำเนินคดีเท่านั้น”

นายธวัชชัย ลัดกรูด กล่าวว่า หลังจากดำเนินการไปเมื่อวาน ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมเอกสาร พยานแวดล้อมต่างๆเพื่อนำมาประกอบในการส่งคดีไป เพราะมีรายละเอียดมากพอสมควร และต้องประสานหน่วยงานต่างๆที่อยู่ในพื้นที่ เช่น ทะเบียนราษฎร์และอื่นๆอีกมากมาย บางครั้งไม่อยากให้เสียรูปคดี และหน่วยงานอื่นที่จะทำต่อไปจากป่าไม้จะทำงานยาก ตนคงชี้แจงได้ไม่มากนัก
“ส่วนของกรมป่าไม้ และ ส.ป.ก.จะทำงานกันไปตามอำนาจหน้าที่ ขออย่ากังวลเรื่องอื่นๆ ไม่มีใครมาบังคับหรือขู่เข็ญให้กับทางเราทำโดยที่ไม่ถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย ส่วนการแจ้งความนั้น กำลังรวบรวมพยานเอกสารอยู่ และได้ประสานร้อยเวร ฝ่ายปกครองครบถ้วนแล้ว แต่กำลังขอเอกสารที่จะนำมาประกอบในสำนวนที่จะส่งดำเนินคดีให้เสร็จสิ้นจึงจะส่งไปได้ ส่วนพื้นที่จะเข้าไปตรวจสอบอีกครั้ง แต่ขอให้ได้รายละเอียดต่างๆและอาจไปบันทึกหาข้อมูลเกี่ยวกับชี้ชัดพื้นที่ตรงนี้อีกครั้งหนึ่งเป็นในส่วนของป่าไม้ ส่วนของ ส.ป.ก.ได้ชี้แจงไปเมื่อวานนี้แล้วคงเป็นไปตามนั้น หากพูดอะไรไปก็กลัวจะไปกระทบกับหน่วยงานอื่นไปด้วย บางครั้งหากพูดไปเยอะอาจทำให้ขอเอกสารยาก”

นายสมชาย เปรมพาณิชย์นุกูล ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) เปิดเผยว่า ก่อนเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ ได้ทำหนังสือแจ้งผู้ครอบครองที่ดิน เพื่อให้สนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่นำชี้พื้นที่ แต่ไม่มีผู้เซ็นรับหนังสือ ในหนังสือแจ้งระบุชื่อ น.ส.ปารีณา เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงขอให้น.ส.ปารีณานำชี้พื้นที่ แต่ยังไม่ได้รับการติดต่อ ไม่มีผู้แสดงตนครอบครองดังกล่าว จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ยังไม่พร้อมส่งคดี โดยข้อเท็จจริงเมื่อวานนี้เป็นการตรวจยึดพื้นที่บริเวณพื้นที่ป่าสงวนที่รับผิดชอบ จึงจำเป็นที่ต้องรวบรวมพยานบุคล พยานหลักฐานต่างๆ เพื่อประกอบคดี ตอนนี้ทำหนังสือขอสนับสนุนข้อมูล เพื่อเป็นข้อมูลผู้ใดเป็นผู้ครอบครองพื้นที่ในพื้นที่ตรวจยึดดังกล่าว


