ด่วน! “มาร์ค” แห้ว ปชป.ถอย ไม่ส่งชิงนั่งปธ.กมธ.แก้รธน. อ้างเสียงหนุนไม่พอ

26.11.19 | 17:56 น.

“มาร์ค” แห้ว ปชป.ถอยไม่ส่งชิงนั่งปธ.กมธ.แก้รธน. อ้างเสียงหนุนไม่พอ “ชินวรณ์”เผยส่ง4 อรหันต์ ด้านรัฐธรรมนูญ “บัญญัติ -สุทัศน์-นิพิฎฐ์-เทพไท” ส่วนเจ้าตัวนั่งโควตาครม.


ไม่ส่งมาร์ค – เมื่อวันที่ 26 พ.ย.เวลา 14.00 น. พรรคประชาธิปัตย์ได้มีการประชุมส.ส.โดยมีนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาบุคคลที่มีความเหมาะสมในการเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 โดยภายหลังการประชุมนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานวิปพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมาธิการฯและมีมติเลือกบุคคลที่จะไปร่วมเป็นกรรมาธิการฯจำนวน4 คน ประกอบด้วย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค และนายเทพไท เสนพงษ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช ในฐานะผู้เสนอร่าง และตนเป็นกรรมาธิการฯในสัดส่วนโควตาครม. โดยจะนำมติพรรคดังกล่าวเสนอที่ประชุมวิปรัฐบาลในวันที่ 27 พ.ย.

นายชินวรณ์กล่าวต่อว่าบุคคลทั้ง4 ที่ได้รับเลือกเป็นกรรมาธิการฯในที่ประชุมได้เห็นว่าล้วนเป็นผู้มีความเหมาะสมและเป็นอรหันต์ในเรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่ประชุมจึงเห็นว่ามีความเหมาะสมที่จะไปทำหน้าที่แทนในนามพรรคประชาธิปัตย์

เมื่อถามว่าเหตุใดไม่มีชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งที่ประชุมเคยเห็นชอบก่อนหน้านี้ นายชินวรณ์กล่าวว่าเรื่องนี้มีการนำมาหารือในที่ประชุม ซึ่งทุกคนเห็นว่านายอภิสิทธิ์เป็นคนที่มีความเหมาะสม มีความรู้ความสามารถ แต่การตั้งประธานกรรมาธิการฯเป็นการเลือกกันเองในคณะกรรมาธิการฯซึ่งเป็นเรื่องที่เรามองว่าในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์มีสัดส่วนน้อยกว่าและไม่มีหลักประกันว่าเมื่อเราเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์แล้วจะได้เป็นประธานกรรมาธิการฯหรือไม่ เพราะจะต้องอาศัยเสียงจากพรรคร่วมรัฐบาลด้วย เมื่อไม่มีความชัดเจนในส่วนนี้เราก็ไม่ควรที่จะเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ไปเป็นกรรมาธิการฯ

Advertisement

นายชินวรณ์ยังกล่าวด้วยว่าในที่ประชุมได้กำชับให้สมาชิกพรรคทุกคนเตรียมพร้อมในการลงมติในญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศและคำสั่งของคสช.และการใช้อำนาจของหัวหน้าคสช.ตามมาตรา 44 ที่จะมีการลงมติในเวลาประมาณ 15.00 น. จึงให้วิปแต่ละสายดูแลส.ส.ในสังกัดให้พร้อมเพรียงกันในเวลา 14.00 น. และให้ลงมติตามมติวิปรัฐบาล