เรื่องที่สุดจะอึ้ง-ทึ่งนี้เกิดขึ้นเมื่อสองสัปดาห์ก่อนหน้า
เมื่อเป็นที่แน่ชัดว่า ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ยอมรับด้วยการเปิดใจให้สัมภาษณ์สื่อและยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.ว่า เป็นผู้ครอบครองที่ดิน 57 แปลงรวมกว่า 1,700 ไร่ ที่หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี
คำถามที่เกิดขึ้นก็คือ “ที่ดินผืนนั้นได้แต่ใดมา”
“ปารีณา” มีคำตอบชัดแจ้ง ทำมานานแล้ว ครอบครองมาก่อนจะทำฟาร์มเลี้ยงไก่เสียอีก เคยมีการปลูกอ้อย ปลูกส้ม เลี้ยงหมู พร้อมกับจำแนกว่า ที่ดิน ภ.บ.ท.5 นั้น 26 ฉบับ ขอเปลี่ยนชื่อเป็น “ปารีณา” ผู้ชำระภาษีเมื่อปี 2555 ส่วนอีก 7 ฉบับ เปลี่ยนชื่อเมื่อปี 2553
กลายเป็น “เผือกร้อน” !
ทั้งคุณทวี ผู้เป็นพ่อ และปารีณา ผู้เป็นลูก จึงพาเหรดกันออกรายการโทรทัศน์ว่า “เรื่องเกิดขึ้นจากการถูกกลั่นแกล้ง เป็นอิทธิฤทธิ์ของนายทักษิณ ชินวัตร”
ปารีณาไม่ได้รุกป่า
ปารีณาถูกกลั่นแกล้งเพราะความกล้า
“ดิฉันถูกกลั่นแกล้งจากนายทักษิณที่เป็นคนไม่ดี เวลามีเรื่องอะไรที่เลวร้ายเกิดขึ้นกับประเทศไทยก็คงต้องเป็นนายทักษิณอยู่แล้ว”
ด้วยตรรกะชวนอึ้งนี้ทำให้พิธีกรต้องถามย้ำ
นายทักษิณมาเกี่ยวโยงอย่างไร
ปารีณาว่า
“อะไรที่ไม่ดีก็คือเขา จึงอยู่ประเทศนี้ไม่ได้ และกำลังจะมีอีกสองสามคนที่กำลังจะอยู่ประเทศนี้ไม่ได้เหมือนทักษิณเช่นกัน ไม่ใช่อยู่ไม่เป็น แต่จะอยู่ไม่ได้”
ด้วยท่วงท่าอันแพรวพราวห้าวหาญของ “ปารีณา” ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอิดเอื้อนอยู่นานครัน
เพิ่งจะได้ฤกษ์เบิกยามสนธิกำลังนำหมายค้นศาลราชบุรีเข้าตรวจสอบ “ที่ดินปารีณา” ที่คิดว่า “ทักษิณกลั่นแกล้งดิสเครดิต”
แต่ราว 1,000 ไร่ ก็ยังไม่ได้พิสูจน์ทราบ
ที่ลงมือตรวจสอบคือ “ฟาร์มไก่ เขาสน 1 กับเขาสน 2” รวมกันราว 700 ไร่
ฟาร์มไก่ เขาสน 1 อยู่ในเขต ส.ป.ก. ทั้งหมด
ฟาร์มไก่ เขาสน 2 อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติและเขตป่าไม้
จึงต้องแจ้งความดำเนินคดีกับ “ปารีณา” ฐานบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และในเขตป่าไม้
คอยดูกันต่อไป ลุงๆ จะทำอย่างไร !?!!

