“บิ๊กตู่” เผยไว้ใจ “ผบ.ตร.” คลอดคำสั่งแต่งตั้งโยกย้าย ขู่ทำงานไม่ดีสั่งย้ายทุก 6 เดือน ไม่ดีอีกย้ายอีก
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 28 พฤศจิกายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 11/2562 โดยมีวาระการประชุมที่สำคัญ อาทิ การร่างกฎ ก.ตร.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาบุคคล เพื่อเสนอให้วุฒิสภาเลือกเป็นกรรมการ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ พ.ศ. … , การแต่งตั้งอนุ ก.ตร.คณะต่างๆ, การจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการตำรวจเมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ.2562 และการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ โดยใช้เวลาประชุม 45 นาที
จากนั้นเวลา 14.45 น.พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า เรื่องที่อยากที่จะกล่าววันนี้คือ การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับผู้กำกับการ (ผกก.) และรองผู้บังคับการ ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ซึ่งเป็นไปตามเวลาที่ก.ตร.กำหนด คือวันที่ 30 พฤศจิกายน ก็แต่งตั้งแล้วเสร็จ เพราะที่ผ่านมาก็เลื่อนไปถึงเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ ก็ทำให้เกิดปัญหาในการแต่งตั้งมาโดยตลอด ตนคิดว่าตนไว้ใจผู้บังคับบัญชาตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และคณะกรรมการต่างๆ ที่ดำเนินการแต่งตั้งไปแล้ว ตนก็รับทราบถึงเหตุถึงผล
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า คำสั่งที่ออกมาแล้วเป็น 4 กลุ่มด้วยกัน คือ เรื่องรองผู้บังคับการ (ผบก.) หมุนเวียน รองผู้กำกับการ (ผกก.) เลื่อนเป็นผกก.หมุนเวียนในระนาบเดียวกัน ทั้งหมดรวมประมาณ 2,000 ตำแหน่ง ก็ไม่ใช่น้อย ซึ่งเป็นการแต่งตั้งทันเวลา ก็ดูหลายอย่างด้วยกัน ทั้งความเหมาะสม และมีการเยียวยาให้ความเป็นธรรมแก่ข้าราชการตำรวจที่ถูกโยกย้ายอย่างไม่เป็นธรรม ที่ถูกโยกย้ายไปไกลจากภูมิลำเนาเดิม หรือไม่ก็ผิดฝาผิดตัว สืบสวนไปปราบปรามอะไรทำนองนี้ ไม่ตรงกับความรู้ ความสามารถ พร้อมให้โอกาสผู้อาวุโส 33 % ได้ดำรงตำแหน่งหลักของจังหวัด หรือสถานีตำรวจต่างๆ
“ผมได้กำชับไปแล้วต่อไปนี้ หลังแต่งตั้ง 6 เดือนจะประเมินประสิทธิภาพการทำงาน หากไม่มีประสิทธิภาพจะย้ายไปอีก ย้ายได้ทุก 6 เดือน ถ้าไม่ดีก็ต้องย้าย ความรับผิดชอบของผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น คือการดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้อยู่ในกรอบหน้าที่โดยสุจริต ผมเน้นย้ำเรื่องสุจริตถึงแม้รายได้เงินเดือนจะน้อย แต่เราสมัครเข้ามาเป็นตำรวจแล้ว เพราะฉะนั้น ต้องเป็นตำรวจทั้งใจและกาย ทหาร ข้าราชการ พลเรือนก็เหมือนกัน อย่างผมก็ประพฤติตนเป็นเยี่ยงอย่างอยู่แล้ว และสิ่งสำคัญที่สุดคือการมีทัศนคติที่ดีต่อประเทศชาติ ต่อศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นวันนี้ ก็ฝากไปถึงคนทุกกลุ่มด้วย วันนี้รัฐกับเอกชน ประชาชนต้องร่วมมือทุกอย่าง ไม่อย่างนั้นก็แก้ไขอะไรไม่ได้เลยซักอย่าง ไม่ว่าจะมีมาตรการอะไรออกมาก็ทำไม่ได้ทั้งสิ้น ขณะเดียวกัน ก็มีความขัดแย้ง บิดเบือนต่างๆ มันก็แก้ไม่ได้ ปัญหาเรามีหลายร้อยปัญหา ถ้าเราทยอยแก้ไปตามลำดับ เดี๋ยวมันก็แก้ได้หมดเอง อย่าไปสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมาเท่านั้นเอง ก็ฝากสื่อและฝากทุกคนไปด้วย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

