เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ที่ จ.ตรัง นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยกรณี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก ปชป.ลาออกจากพรรค ตนเชื่อว่า นพ.วรงค์มีความตั้งใจส่วนตัว ที่จะทำงานทางการเมืองในแนวทางที่ท่านเชื่อถือ เดิมทีที่มาอยู่กับ ปชป.ซึ่ง นพ.วรงค์ทำงานที่สำคัญมาก คือการตรวจสอบเรื่องจำนำข้าว ฉะนั้น การที่ตัดสินใจออก ก็คงมีเหตุผลส่วนตัว อาจจะเพราะเห็นว่าในแนวทางที่พรรคกำลังเดินอยู่ในปัจจุบันก็ดี หรือว่าแนวทางพรรคใหม่ที่ไปสังกัดก็ดี ตรงกับแนวทางของ นพ.วรงค์มากกว่าแนวทางเดิม เลยตัดสินใจไป
นายสาทิตย์กล่าวอีกว่า ในช่วงระยะเวลา 3-4 ปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าเรามีความคิดเห็นที่อาจจะไม่ตรงกันอยู่ในหลายๆ กลุ่ม ซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดาของทุกพรรคการเมือง ฉะนั้น พรรคต้องถึงจุดที่จะต้องทบทวนแนวทางวิธีการดำเนินงาน ตนเคยเสนอว่าควรจะถอดบทเรียนความพ่ายแพ้ของการเลือกตั้งรอบที่แล้ว ซึ่งต้องถือว่า ปชป.แพ้เยอะ จากที่ภาคใต้เคยได้ 50 ที่นั่ง เหลือ 20 กว่าที่นั่ง ทั่วประเทศเคยได้ 100 กว่าที่นั่ง เหลือ 50 ที่นั่ง บังเอิญว่าในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา แกนนำพรรคเป็นรัฐบาล ไม่มีเวลากลับมาทบทวนเรื่องพรรค พรรคจะจัดสัมมนาช่วงประมาณกลางๆ เดือนธันวาคม ตนเสนอว่าต้องคุยกันทั้ง 2 เรื่อง คือ 1.ต้องคุยกันเรื่องในแง่ของความเป็นรัฐบาล ปชป.จะขับเคลื่อนวิถีการเมืองควบคู่กับการแก้ปัญหาชาวบ้านไปได้อย่างไร และ 2.ในเรื่องแนวทางพรรคจะเดินต่ออย่างไร จะดูแลคนที่สอบไม่ได้ สอบตก ผู้สมัครที่กำลังจะมาใหม่ จะลงใหม่ครั้งหน้าอย่างไร เพื่อทำให้พรรคเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน หลายๆ คนที่รอแนวทางพรรคอาจตัดสินใจออกไปเหมือนอย่าง นพ.วรงค์ ซึ่งก็ไปว่าไม่ได้
“การลาออกของหมอวรงค์ ปชป.สูญเสียบุคลากรสำคัญไปด้วย เราไม่อาจจะไปรู้จิตใจคนได้ แต่ ปชป.เป็นพรรคของคนที่มารวมกันโดยไม่มีเจ้าของ อดีตเคยมีคนในพรรคออกไปก็เยอะ เข้ามาใหม่ก็เยอะ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เคยอยู่ ปชป., นายจาตุรนต์ ฉายแสง ก็อยู่ ปชป., นายมัคร สุนทรเวช นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ ก็เคยอยู่ ปชป.ก็เรื่องปกติ มีเข้ามีออก แต่ว่าคนที่ออกไปก็ต้องเสียดายเขา” นายสาทิตย์ กล่าว
นายสาทิตย์กล่าวต่อว่า เห็นว่าบริบทของ นพ.วรงค์ แตกต่างกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้า ปชป.คือนายอภิสิทธิ์ยังอยู่กับพรรค เพียงแสดงเจตจำนงว่ากับการที่ไปร่วมรัฐบาล จึงลาออกจาก ส.ส.คิดว่าประชาธิปไตยอยู่ในจุดที่ต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ความที่พรรคตั้งมาอย่างยาวนานร่วม 60-70 ปี ก็มีวัฒนธรรมของพรรคในรูปแบบหนึ่ง แล้วบังเอิญว่ามีการเปลี่ยนแปลงในทางด้านการเมืองค่อนข้างเยอะ ฉะนั้น เราอาจจะอยู่ในภาวะที่ช็อกจากผลการเลือกตั้ง แต่ต้องตั้งหลัก ต้องรวบรวมความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในพรรค และต้องกำหนดแนวทางของพรรคที่จะเดินต่อด้วยอุดมการณ์ ปชป.มีจุดแข็งมากอย่างเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต


