สถานีคิดเลขที่ 12 : นาย!! : โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

เปรียบกัน 2 กรณีแล้ว “นาย” น่าจะซาบซึ้งหัวใจน้อยๆ ของ
นักการเมืองหญิงที่ชื่อ ปารีณา ไกรคุปต์ มากยิ่งขึ้น
เพราะเธอ เด็ดเดี่ยว เหนือหัวใจชายหลายๆ คนนัก
เธอปกป้องนาย มิให้ คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) แตะต้อง อย่างถวายชีวิต
แม้ถูกมองเป็น นางร้าย นางตลก
หรือแม้แต่(จำ)ยอม ให้ถูกสอบประจาน เรื่องการบุกรุกป่ามหึมา 1,700 ไร่
และอาจมีผลนำไปสู่การถูกยึดคืนที่ผืนดังกล่าว กระทบธุรกิจฟาร์มไก่
ยิ่งกว่านั้น อาจมีโทษอาญา ขั้นถูกจำคุก
เธอก็ยินยอม ไม่เด็ดเดี่ยว ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร
จนเกิดคำถามว่า แล้ว เหล่า นาย-นาย กล้าปกป้องเธออย่างที่เธอปกป้องหรือเปล่า
เพราะเห็นกระโดดหลบไปยืนอยู่ข้างหลัง “ข้าราชการประจำ” และใช้คำพูดเซฟๆ แบบปล่อยให้ว่ากันตามกฎหมายต่อเธอ
ไม่มีใครแอ่นอก สามศอก มารับแทน แบบถึงไหนถึงกันอย่างที่เธอเสียสละทำแม้แต่คนเดียว
ยิ่งเมื่อไปเทียบอีกกรณีหนึ่งที่คล้ายๆ กันนั่นคือ การตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบจากคำสั่งมาตรา 44 ของคณะรักษาความ
สงบแห่งชาติ (คสช.)
ที่ “นาย” ส่งซิก หัวเด็ดตีนขาดจะต้องไม่เกิดขึ้น
เพราะเกรงว่าจะถูกกรรมาธิการฯ เรียกไปขึงพืด ซักไซร้ไล่เรียงหนักกว่า คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช.
จึงต้องล่มให้ได้
ซึ่งว่าไป ก็ไม่ยาก แค่พรรคร่วมรัฐบาลร่วมมือ ร่วมใจยกมือ
ไม่รับ ก็จบ
แต่หัวใจคนจากพรรคร่วมไม่ได้เหมือนหัวใจของ น.ส.ปารีณา
แค่ หลักพื้นฐานเบื้องต้นคือ รับผิดชอบ มาร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง ก็สอบตกแล้ว
นี่ยังไม่นับคนที่มีวาระซ่อนเร้น หรือ ที่ไม่ได้มีหัวใจร่วมกันกับ “นาย” อย่างแท้จริง
ไม่มีผลประโยชน์ร่วม ก็พร้อมที่จะให้ “หัวใจ” เป็นอื่น นี่จึง
นำมาสู่ การแพ้ลงมติ อย่างที่เห็น
ทำให้ต้องเสียหน้ามาขอมติใหม่ แต่ก็ไม่อาจระดมเสียงให้
ครบองค์ประชุมได้
หวังจะพึ่งเสียงฝ่ายค้าน ก็จะมีฝ่ายค้านไหนเขาใจดีช่วย
สภาจึง “ล่มดับเบิล” ภายในสัปดาห์เดียว
ญัตติการตั้งกรรมาธิการ ศึกษามาตรา ม.44 ก็ยังอยู่
และที่สำคัญ ได้สะท้อนความเป็นเอกภาพอย่างชัดเจนของ
พรรคร่วมรัฐบาล
ซึ่งคาดหมายว่า แม้สุดท้ายจะผลักดันให้เป็นไปตามที่ “นาย” ต้องการได้
แต่รอยร้าวลึก และแถมแพร่กระจายไปทั่วรัฐนาวาก็ชัดเจนขึ้น
ชัดเจนว่า พรรคร่วมรัฐบาล ต่างคนต่างยึดเอาประโยชน์ ของตนเป็นสำคัญ
ที่หวังจะยอมตนให้ ใครบางคน เป็น “นาย” นั้นอย่าไปหวัง
ที่ยอมๆ กันอยู่ขณะนี้เพราะผลประโยชน์ยังลงตัว และเพิ่งอยู่ในอำนาจไม่ถึงปีจึงยังไม่สุกงอมถึงขั้นแตกหัก
แค่แสดง “รอยร้าว” ให้เห็น
ซึ่งก็เร็ว และแรง อย่างน่าประหลาดใจเหมือนกัน
อันน่าจะทำให้ “นาย” ซึ่งคุ้นชินอยู่กับการใช้อำนาจบังคับให้ “เชื่อ” หรือให้ฟัง “ข้าพเจ้า” ก็ต้องตระหนักว่า เมื่อภูมิทัศน์
การเมืองเปลี่ยนไป
อำนาจก็อ่อนตัวลง การเชื่อฟังก็น้อยลงตามไปด้วย
ยิ่งกว่านั้น มีการพูดกันในหมู่พรรคร่วมว่า “นาย” เอง ก็ไม่ยอมปรับตัว กับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป
ไม่ได้ทำหรือพยายามให้คนร่วมงาน “รัก” หรือ “ภักดี”
สุมหัวเฉพาะฝ่ายหรือพวกของนายเอง
ยังมองภาพ “นักการเมือง” คือของสกปรกแปดเปื้อน
เหมือนเดิม
ภาวะแปลกแยกจึงเกิดขึ้น และนับวัน จะหนักขึ้นๆ ทุกที
จะมีอย่างกรณี น.ส.ปารีณา ที่เทิดทูนนายชนิดไม่ลืมหูลืมตา ก็ถือเป็นของแปลก พิเศษ พิสดาร
แต่ถึงขนาดให้หัวใจทั้งดวง แล้วนาย ดูดำดูดี เธอขนาดไหน
ชายอกสามศอกตอบที!!

สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

บทความก่อนหน้านี้เผยแล้ว! “โซนิคบูม” เครื่องบินรบ สาเหตุเสียงระเบิดดังสนั่นทั่วลอนดอน
บทความถัดไป‘เชลวีย์’ ปล่อยมุขเป็นฮีโร่ของแฟน ‘หงส์แดง’ หลังตะบันสุดงามตัดแต้ม ‘แมนฯ ซิตี้’ (คลิป)