เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ยืนยันว่าไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ จะผ่านประชามติหรือไม่ การเลือกตั้งทั่วไปในเดือนกรกฎาคม 2560 ก็ยังต้องเกิดขึ้น ทิศทางการเมืองไทยก็ชัดเจนขึ้นมาทันทีว่า คสช.ตัดสินใจที่จะยึดโรดแมปเดิมในการคืนความสุขให้ประเทศไทย หลังจากที่ก่อนหน้านี้ คสช.ต้องขยายโรดแมปมาแล้วครั้งหนึ่งเนื่องจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. ลงมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธานคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นเหตุให้ พล.อ.ประยุทธ์ต้องตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ และตั้งนายมีชัยเป็นผู้รับผิดชอบ
ภายหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันกำหนดการเลือกตั้งปี 2560 ได้เกิดแนวคิด 2 ประการขึ้นมา คือ หนึ่ง มีแนวคิดว่า ประชาชนต้องโหวตรับร่างรัฐธรรมนูญของนายมีชัย มิเช่นนั้น พล.อ.ประยุทธ์และ คสช. จะประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับ คสช.ขึ้นมาเพื่อเลือกตั้ง และอีกแนวคิดหนึ่งคือ เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะหัวหน้า คสช. กำหนดเส้นตายเอาไว้เช่นนี้ บรรดาแม่น้ำ 5 สายจะต้องทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยได้รับการยอมรับจากประชาชน ด้วยการปรับปรุงเนื้อหาให้ประชาชนเห็นชอบ และพากันไปลงประชามติให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่าน
จากแนวคิด 2 แนวคิดดังกล่าว จักเห็นได้ว่า แนวคิดแรกดูแล้วเป็นการบังคับขืนใจประชาชน เพราะมีตัวเลือกจำกัด เหมือนเช่นที่เคยมีการเปรียบเปรยว่าให้เลือกสิ่งที่เลวร้ายน้อยที่สุดอะไรทำนองนั้น ส่วนแนวคิดหลังเป็นแนวคิดที่เสนอให้ปรับเปลี่ยนร่างรัฐธรรมนูญให้ประชาชนรู้สึกพึงตาต้องใจและอยากใช้ ถือเป็นแนวคิดที่ผลักดันให้ปรับตัวเข้าหาประชาชน ซึ่งหากทำได้การเลือกตั้งภายใต้กติกาที่ประชาชนพึงตาต้องใจก็จะเกิดขึ้น ดังนั้น ณ เวลานี้จึงเป็นเวลาที่แม่น้ำ 5 สายต้องเลือกว่า หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ปักธงเลือกตั้งปี 2560 แล้ว เนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการพิจารณาควรจะยึดแนวคิดใด ระหว่างแนวคิดแรก คือ บังคับให้เลือกสิ่งที่เลวร้ายน้อยกว่า กับแนวคิดที่สอง คือ การปรับปรุงร่างให้ดีจนประชาชนอยากให้มีและใช้เร็วๆ แนวคิดใดคือสิ่งที่ควรจะเป็น
