คล้ายกับการเชิญ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ไปพูดของสมาคมผู้สี่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย จะเป็นเรื่องปกติในฐานะที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่
เมื่อหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่กำลังอยู่ใน”กระแส”และได้รับความ สนใจในสังคมก็ชอบที่จะเชิญมาในฐานะอันเป็น”แหล่งข่าว”สำคัญ
กระนั้น ความน่าสนใจและกลายเป็นประเด็นอันแหลมคมยิ่งในทางการเมืองก็คือ การปรากฎตัวของ นายอานันท์ ปันยารชุน พร้อม กับมีหนังสือเป็นของกำนัลให้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
ความน่าสนใจมิได้อยู่ที่ว่า นายอานันท์ ปันยารชุน เคยเป็นนายกรัฐมนตรี หากที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ ชะตากรรม”ร่วม” ระหว่าง นายอานันท์ ปันยารชุน กับที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กำลังประสบ
เป็นชะตากรรมจากผลพวงของ”รัฐประหาร”และ”การเมือง”
ห้วงที่ นายอานันท์ ปันยารชุน เป็นปลัดกระทรวงการต่างประเทศได้มีบทบาทอย่างสำคัญร่วมกับรัฐบาล ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ในการสานสัมพันธ์ไมตรีกับสาธารณรัฐประชาชนจีน
สร้างความไม่พอใจให้เป็นอย่างสูงกับ “ทหาร” และ”กลุ่มขวาจัด” ในประเทศ
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

หลังรัฐประหารนองเลือดเมื่อเดือนตุลาคม 2519 นายอานันท์ ปันยารชุน ถูกคณะรัฐประหารปลดออกจากตำแหน่งปลัดกระทรวงการต่างประเทศและตั้งกรรมการสอบสวนจะเอาผิด
มองว่าฝักฝ่ายกับคอมมิวนิสต์ ฝักฝ่ายกับศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย แม้จะไม่สามารถเอาผิดได้และได้หวนกลับเข้ารับราชการในกระทรวงการต่างประเทศ แต่นี่คือรอยแผลอันเกิดขึ้นในใจ
เป็นรอยแผลจาก”รัฐประหาร” เป็นรอยแผลจาก”ทหาร”
การที่ นายอานันท์ ปันยารชุน ไปรอพบและรับฟังการบรรยายทางการ เมืองของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จึงอาจมองได้ในหลายแง่มุมทางการเมือง
อาจเพราะสนใจในสิ่งที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พูด สนใจในการแสดงออกของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
อาจเพราะรู้สึกว่าเส้นทางการเมืองของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ตลอด 2 รายทางละม้ายเหมือนอย่างยิ่งกับที่ นายอานันท์ ปันยารชุน ได้ประสบพบพาน
นี่ย่อมเป็นการแสดงออกเชิง “สัญลักษณ์” สำคัญในทางการเมือง

