ตัวแทนครูทั่วประเทศ ยื่นหนังสือปธ.สภาฯ เสนอร่างกฎหมาย ยกเลิกคำสั่ง คสช. รวบอำนาจสู่ศึกษาฯ จังหวัด ทำให้คุณภาพการศึกษาตกต่ำ-บริหารงานซ้ำซ้อน
เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 4 ธันวาคม ที่รัฐสภา เกียกกาย สมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) ชมรมผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย (ชร.ผอ.สพท.) และภาคีเครือข่าย เดินทางมายื่นหนังสื่อต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 และนายปรีดา บุญเพลิง หัวหน้า และส.ส. พรรคครูไทยเพื่อประชาชน เป็นตัวแทนรับหนังสือ เพื่อเสนอกฎหมายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา จำนวน 2 ฉบับ คือ ร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการศึกษา และร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ 5) พ.ศ. …
นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายก ส.บ.ม.ท. กล่าวว่า พวกเราได้รับผลกระทบจากการใช้ประกาศและคำสั่งคสช. ฉบับที่ 19 / 2560 ที่ไปยกเลิกเพิกถอน พ.ร.บ.บุคลากรครูและการศึกษาบางมาตรา ผลจากการยกเลิกทำให้คุณภาพการศึกษาตกต่ำและไม่เป็นไปตามที่คสช. คาดหวัง เดิมข้าราชการครูปฏิบัติหน้าที่ภายใต้ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย แต่คำสั่งของคสช. กลับมายกเลิกระเบียบปฏิบัตินี้ เพียงคงผอ.สำนักงานเขตพื้นที่ฯ ให้เป็นผู้บังคับบัญชาอยู่ แต่ไม่มีอำนาจในการให้คุณให้โทษ โดยไปตั้งหน่วยงานขึ้นมาใหม่ที่เรียกว่า ศึกษาธิการจังหวัดซึ่งเป็นข้าราชการคนละกรม
นายรัชชัยย์ กล่าวว่า จากคำสั่งคสช. ทำให้เกิดการทำงานซ้ำซ้อนและเสียหายกับวงการศึกษาอย่างร้ายแรง งานด้านการศึกษาเดินไปได้ความสับสนและวุ่นวาย คุณครูทั่วประเทศจึงเข้าชื่อและยื่นหนังสือให้มีการแก้ไขคำสั่งคสช. ที่มีฐานะเป็น พ.ร.บ. โดยการตัดอำนาจของศึกษาธิการจังหวัดออกและคืนอำนาจให้แก่ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่ฯ หากปล่อยบังคับใช้ต่อไปจะเกิดปัญหาร้ายแรงในอนาคต
นายธนชน มุทาพร ประธาน ชร.ผอ.สพท. กล่าวว่า ตนในฐานะตัวแทนครูทั้งประเทศ ได้ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 133 (3) ที่กำหนดให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 10,000 คน เข้าชื่อเสนอกฎหมายต่อสภา โดยวันนี้เรามีกฎหมายสองฉบับมาเสนอ ตามที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้มีคําสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 16/2560 เรื่องการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และคสช. ที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค โดยมุ่งหวังจะให้ การพัฒนาคุณภาพการศึกษาในภูมิภาคมีการบูรณาการ การทํางานร่วมกันของหน่วยงานการศึกษาในพื้นที่จังหวัดให้เกิดผลดีต่อคุณภาพการศึกษา แต่จากการนําไปปฏิบัติกลับมีปัญหาในขั้นตอนการปฏิบัติหลายประการ เช่น ความซ้ำซ้อนของหน่วยงานและภารกิจ เกิดความล่าช้าในการดําเนินงานขาดการมีส่วนร่วมจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและเป็นการรวมอํานาจเข้าสู่พื้นที่จังหวัด เราจึงเสนอกฎหมาย 2 ฉบับนี้มา เพราะเชื่อว่าถ้าพัฒนาครูอย่างมีคุณภาพ การศึกษาและเด็กก็จะมีคุณภาพตามไปด้วย

