“สุทิน” ย้ำจุดยืนฝ่ายค้าน ชี้ทางออกของรบ. ต้องถอนญัตตินับคะแนนใหม่ แล้วยึดมติเดิมให้ตั้ง กมธ.ศึกษาผลจาก ม.44 แต่ไม่มั่นใจว่าจะคุมเสียงฝ่ายค้านไม่ให้ยกมือให้รบ.ได้ เพราะมีการล็อบบี้ด้วยวิธีต่างๆ
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 4 ธันวาคม ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) พร้อมด้วยตัวแทนจาก 7 พรรคฝ่ายค้าน ร่วมแถลงผลการะประชุมวิปพรรคร่วมฝ่ายค้าน ว่า ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเดิมวิปฝ่ายค้านจะยื่นญัตติในช่วงปลายเดือนธันวาคม แต่มีปัจจัยหลายประการที่ทำให้วิปฝ่ายค้านจะเลื่อนการยื่นญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจออกไปหลังเดือนธันวาคม เพราะช่วงดังกล่าวเป็นช่วงเวลาสำคัญของการทำงานของกมธ.ชุดต่างๆ โดยเฉพาะ กมธ.งบสมาชิกส่วนใหญ่ต่างทุ่มเทให้กับงานตรงนั้น การอภิปรายไม่ไว้วางใจอาจทำให้เกิดเป็นความพะวงด้วย และหากยื่นญัตติในช่วงดังกล่าวเราก็เกรงว่าจะไปชนกับบรรยากาศช่วงคริสต์มาส หรือปีใหม่ด้วย ส่วนจะยื่นในช่วงใดนั้นจะพิจารณาต่อไป เพราะไม่ต้องเร่งรีบเนื่องจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะนับตามสมัยประชุม ดังนั้น จะมีเวลาถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 63 เราจะได้มีเวลาทำงานขึ้นด้วย และต้องการให้รัฐบาลได้มีเวลาทำงานต่ออีกช่วงหนึ่ง เพราะเราอยากดูตอนจบว่าจะจบอย่างไร เช่น เรื่อง ส.ป.ก. การบุกรุกพื้นที่สาธารณะ ทั้งนี้ หากเห็นว่ารัฐบาลทำงานดี เราอาจจะถอดเรื่องนั้นๆ ออก แต่หากเห็นว่ารัฐบาลทำล้มเหลวก็จะต้องนำมาอภิปราย และพูดคุยกัน นายสุทินกล่าวอีกว่า สำหรับการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านในวันนี้ในการพิจารณาญัตติการตั้ง กมธ.ศึกษาผลกระทบการใช้คำสั่ง คสช. และมาตรา 44 นั้น เรื่องนี้มีการนับองค์ประชุมมาแล้ว 2 ครั้ง และทำให้สภาล่มมาแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งวันนี้ฝ่ายค้านอยากให้สภาเดินหน้าต่อ ไม่อยากให้ติดหล่ม เพราะมีวาระสำคัญที่รอการพิจารณาอยู่ เช่น เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ฝ่ายค้านจึงมี 2 แนวทาง คือ ให้รัฐบาลถอนญัตติที่ให้นับคะแนนใหม่ออก แล้วให้ยึดตามมติเดิมโดยการให้มีการตั้ง กมธ. ดังกล่าวขึ้น 2.มีการเสนอให้ฝ่ายค้านร่วมประชุม ให้ครบองค์และนับคะแนนใหม่ ซึ่งฝ่ายค้านได้มีการพูดคุยว่าจะไม่ให้เสียหลักการ และเกิดผลกระทบใอนาคต ดังนั้น จึงมองว่าแนวทางที่ 1 ดีงามที่สุด ทั้งนี้ หากไม่ถอนก็จะเกิดแนวทางที่ 3 คือ เคารพจุดยืนซึ่งกันและกันโดยเราจะยืนอยู่บนจุดยืนของเรา คือไม่ร่วมด้วย เป็นหน้าที่ของทางรัฐบาลต้องหาทางออกให้ได้ ซึ่งตนเชื่อว่าทำได้ มือของรัฐบาลมีเยอะกว่าอยู่แล้ว ซึ่งตนยอมรับความแตกต่างของจุดยืน แต่ต้องหาจุดร่วมของความแตกต่างที่มีให้ได้โดยวัดกันที่องค์ประชุม เมื่อถามว่า มั่นใจว่าจะคุมเสียงของฟากฝ่ายค้านไม่ให้ไปยกมือให้ทางรัฐบาลได้หรือไม่ เพราะมีการล็อบบี้ ส.ส.จากทางฝั่งฝ่ายค้าน นายสุทินกล่าวว่า เราไม่มั่นใจ เพราะการล็อบี้ด้วยวิธีการต่างๆ ซึ่งหากจะเกิดอะไรขึ้น เราก็ยอมรับ หากมีการยกมือให้ทางฟากรัฐบาล แล้วทำให้ฝั่งรัฐบาลชนะก็ถือว่าเราไม่สามารถควบคุมสมาชิกเราได้

