“ชวน”ชี้ เสียบบัตรทิ้งไว้ ไม่ผิดปกติ ตนก็เคย แต่ใครกดบัตรให้ แมลงอะไรก็กดไม่ได้

“ชวน”ชี้ เสียบบัตรทิ้งไว้ในห้องประชุมได้ ไม่ผิดปกติ เผยเจ้าตัวก็เคยทำ แต่จะกดบัตรแทนกันหรือไม่ ผู้เสียหายร้องมาได้ เพราะคงไม่มีแมลงหรือตัวอะไรไปกดให้ ยันไม่ทราบมีการซื้อตัวส.ส. ขอให้แยกแยะอย่าเหมารวม

เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.เวลา 11.30 น. ที่สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงข้อสงสัยกรณีการกดบัตรแสดงตนแทนกันของส.ส. หลังจากที่นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ระบุถึงการเสียบบัตรแสดงตนทิ้งไว้ในห้องประชุม ระหว่างการนับองค์ประชุมใหม่ในญัตติขอให้สภาฯ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษาผลกระทบจากการกระทำประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และการใช้อำนาจของ หัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 ทั้งที่ช่วงดังกล่าวส.ส.พรรคฝ่ายค้านเกือบทั้งหมด วอร์คเอาท์ออกจากห้องประชุมว่า หากมีผู้ร้องเข้ามายังตน ก็พร้อมจะตรวจสอบให้ ทั้งนี้ตนมองว่าการเสียบบัตรทิ้งไว้บริเวณที่นั่งของส.ส.นั้น เป็นเรื่องปกติ และทำได้ ซึ่งตนก็เคยเสียบบัตรทิ้งไว้บริเวณที่นั่งเช่นกัน เพราะส.ส.มีที่นั่งประจำเมื่อมีการแสดงตนหรือลงคะแนนต้องกดบัตรในที่นั่งบริเวณเดิม โดยไม่มีใครกดบัตรแล้วดึงบัตรออกมาเก็บไว้ ยกเว้นจะเปลี่ยนที่นั่ง

“กรณีนี้หากคุณขจิตร หรือใครที่ได้รับผลกระทบว่ามีคนขโมยบัตรเพื่อไปออกเสียงหรือแสดงตน ถือว่าเป็นผู้ที่เดือดร้อน สามารถส่งเรื่องให้ผมตรวจสอบได้ อย่างไรก็ตามการเสียบบัตรคาไว้ ถือเป็นเรื่องปกติ แต่การลงคะแนนหรือกดบัตรแสดงตนแทนกัน ผมเข้าใจว่าคงไม่มีแมลงหรือตัวอะไรที่กดปุ่มให้ได้ ซึ่งเรื่องนี้อย่าใช้คำว่าสมมติ ขอให้เจ้าตัวทำเรื่องเข้ามา ซึ่งสิ่งที่คุณขจิตร ระบุไปก่อนหน้านี้ อาจจะไม่ใช่ ดังนั้นหากมีเรื่องร้องมาก็ต้องตรวจสอบ” นายชวน กล่าว

เมื่อถามถึง กรณีที่มีกระแสข่าวการซื้อตัวส.ส.เพื่อแลกกับเสียงลงมติ จะกระทบภาพลักษณ์ของสภาฯ หรือไม่ ประธานสภาฯ กล่าวว่า ตนไม่ทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แต่กรณีดังกล่าวขอให้แยกเรื่องตัวบุคคลออกจากภาพของสภาฯ เพราะต้องยอมรับว่าในแวดวงต่างๆ ทั้งข้าราชการ, นักการเมือง, สื่อมวลชน หรือนักธุรกิจ ย่อมมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ดังนั้นต้องแยกออกจากกันและอย่าเหมารวม

นายชวน ยังกล่าวถึงกรณีที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เตรียมเสนอร่างแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาฯ หลังจากที่การประชุมครั้งที่ผ่านมาพบปัญหาในการวินิจฉัยเนื้อหา โดยเฉพาะข้อบังคับที่ 85 ว่าด้วยการนับคะแนนใหม่ ว่า เรื่องดังกล่าวสามารถเสนอได้ และที่ผ่านมาตนเคยย้ำกับส.ส. และผู้ที่ยกร่างข้อบังคับการประชุมแล้วว่า หากจะแก้ไขต้องแก้ไขให้มากกว่าเดิมไม่ใช่แก้ไขเฉพาะประเด็นใดประเด็นหนึ่งเท่านั้น อีกทั้งเข้าใจว่าการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาฯโดยคณะยกร่างนั้นอาจมีเหตุผลที่เขียนเนื้อหาในลักษณะดังกล่าว เช่น กรณีของกระทู้ หรือ ญัตติ การขยายเวลาอภิปราย ที่ต้องพิจารณาประเด็นที่เป็นผลกระทบกับประชาชนวงกว้างมากกว่ากระทบเฉพาะบุคคลหรือเฉพาะหมู่บ้านใดหมู่บ้านหนึ่งเท่านั้น เป็นต้น

ต่อข้อถามถึงกรณีที่มีส.ส.ร้องเรียนว่า ไม่สามารถเบิกค่าเดินทางในวันประชุมได้ หากไม่ลงชื่อเข้าร่วมประชุมสภาฯ นายชวน กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวถือเป็นคนละเรื่อง เนื่องจากการไม่ลงลายมือชื่อเข้าร่วมประชุม ไม่เกี่ยวกับการเบิกค่าเดินทาง

บทความก่อนหน้านี้‘ชวน’ เต้น! สั่งสอบสภาปล่อย ‘ไวพจน์’ เข้าโหวต ข้องใจมีหมายศาล แต่ตร.ไม่จับกุม
บทความถัดไปร้องกองปราบเอาผิดบริษัทตัวแทนอาหารสุขภาพตุ๋นลงทุนเป็นร้อย สูญร้อยล้าน