บทนำ : เมื่อ‘งูเห่า’โผล่

การนับองค์ประชุมสภา ก่อนที่จะลงมติใหม่ในญัตติด่วนตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษาผลกระทบจากการกระทำประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และการใช้อำนาจของ หัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 ซึ่งฝ่ายค้านวอล์กเอาต์จากที่ประชุม ผลการนับมี ส.ส.แสดงตนต่อที่ประชุม 261 คน เกินกึ่งหนึ่ง ทำให้สภาดำเนินการขอนับคะแนนใหม่ในญัตติดังกล่าวได้ ตัวเลข 259 เกินจำนวน ส.ส.รัฐบาลที่มี 254 คน และมาประชุมไม่ครบ เนื่องจากเจ็บป่วย จากการตรวจสอบ พบว่ามี ส.ส.ฝ่ายค้านแสดงตนเพื่อนับเป็นองค์ประชุม 10 คน ได้แก่ พรรคเพื่อไทย 3 คน, พรรคอนาคตใหม่ 2 คน, พรรคเศรษฐกิจใหม่ 4 คน, พรรคประชาชาติ 1 คน จากนั้นที่ประชุมลงมติไม่เห็นชอบให้ตั้งกรรมาธิการด้วยคะแนน 244 ต่อ 5 งดออกเสียง 6

นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงเรื่องเดียวกันนี้ว่า ขอฟังเหตุผลก่อน ยังไม่สรุปเป็นงูเห่าหรือไม่ ถ้าไม่มีอามิสสินจ้างไม่ถือเป็นงูเห่า แต่หากฟังเเล้วเชื่อได้ว่า มีการเเลกเปลี่ยน การซื้อ จ่ายเงิน อาจเรียกเป็นงูเห่าได้ ต้องให้ความเป็นธรรมและให้เขาชี้แจงก่อน ส่วนที่ นายขจิต ชัยนิคม ชี้แจงว่า เสียบบัตรเเสดงตนคาไว้ ขอรับฟังไว้ก่อน ยังเร็วไปจะตัดสิน ในส่วนของพรรคเพื่อไทย หากไปรับเงินมา เรามีมาตรการ ไม่ใช่เเค่เกี่ยวกับเรื่องข้อบังคับพรรค แต่เกี่ยวกับเรื่องข้อกฎหมาย หากไปรับเงินรับทองเขามา เรื่องนี้ต้องให้พรรคและผู้หลักผู้ใหญ่ดำเนินการ ซึ่งอาจเป็นการเชิญไปนั่งคุยเพื่อให้เขาได้ชี้เเจง ก่อน ต้องเริ่มขึ้นจากการพูดคุยธรรมดา การจะเชิญเป็นรายบุคคลหรือรายกลุ่มต้องดูอีกที

รัฐธรรมนูญ 2560 ไม่บังคับให้ ส.ส.ต้องทำตามมติพรรค แต่ที่ประชุมพรรคมีอำนาจลงมติให้ ส.ส.ที่ไม่ปฏิบัติตามมติพรรค พ้นสมาชิกภาพ แต่ให้หาพรรคใหม่สังกัดใน 30 วันได้ ข้อกำหนดดังกล่าว ทำให้ ส.ส.ฝ่ายค้านเป็นที่หมายปองของฝ่ายรัฐบาลที่เสียงปริ่มน้ำ และกลายเป็นช่องทางให้ ส.ส.ไม่โหวตตามมติพรรค เพราะหากถูกขับยังหาพรรคสังกัดใหม่ได้ ปรากฏการณ์งูเห่า ไม่เป็นผลดีกับภาพลักษณ์ของสภา โดยรวมและพรรคการเมืองทุกพรรค เพราะอาจมีเงินทองผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง กลายเป็นปัญหาจริยธรรมของนักการเมือง ทำให้สังคมและประชาชนไม่เชื่อถือศรัทธา และจะมีผลลดความชอบธรรมของสภาต่อไป

บทความก่อนหน้านี้09.00 : INDEX “ชัยชนะ” บนพื้นฐานแห่ง “งูเห่า” เป็นความภูมิใจ หรือความอัปยศ
บทความถัดไปเย็นสุดรอบหลายปี! ภูทับเบิกอุณหภูมิลดเหลือ 2 องศา เสื้อกันหนาวเอาไม่อยู่ต้องผิงไฟ