บทนำ : คำเตือนปี 2563

ปี 2563 ที่จะมาถึงในไม่กี่วันข้างหน้า จะเป็นอีกห้วงเวลาที่ท้าทายฝีมือการบริหารงานของรัฐบาล ดังที่นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. ได้กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจว่า ส.อ.ท.ได้ชี้ภาพรวมเศรษฐกิจ 2562 ไว้ตั้งแต่ต้นปี ซึ่งเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ทั้งหมด สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่เกิดตั้งแต่ปี 2561 ส่งผลกระทบต่อเนื่อง และกลางปี 2562 ปรับเปลี่ยนเป็นสงครามเทคโนโลยี และสงครามค่าเงิน ทำให้ 10 เดือนที่ผ่านมา ยอดส่งออกไทย ติดลบ 2.4% เหลืออีก 2 เดือนสุดท้ายของปี คาดว่าการส่งออกทั้งปี 2562 จะติดลบ 2%

รองประธาน ส.อ.ท.ระบุว่าภาคเอกชนกังวลปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่องกันมาก ย้อนกลับไป 5 ปี แข็งค่าขึ้นกว่า 20% เฉพาะปี 2562 ขึ้นกว่า 7% แม้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 2 ครั้ง และออกมาตรการควบคุมการไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติ แต่ยังไม่สามารถทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงได้ เป็นหน้าที่ของ ธปท. ที่จะต้องหามาตรการต่อไป รวมถึงกระตุ้นให้ภาคเอกชนลงทุนมากกว่านี้ ทั้งการซื้อเครื่องจักรใหม่ๆ เข้ามา หรือไปลงทุนต่างประเทศ ซึ่งจะทำให้ค่าเงินบาทคลายความแข็งค่าลงได้บ้าง

ที่น่าหนักใจและทุกฝ่ายจะต้องเตรียมรับมือ ได้แก่ แนวโน้มของปี 2563 รองประธาน ส.อ.ท.ระบุว่า เศรษฐกิจไทย ซึ่งพึ่งพาการส่งออกและการท่องเที่ยว จะรับผลกระทบจากสงครามการค้าที่ยังอึมครึม และเกิดความตึงเครียดจากการที่สหรัฐอนุมัติร่างกฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกง ทำให้จีนไม่พอใจ และเลื่อนการเจรจากับสหรัฐออกไปจนกว่าจะเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่ในเดือนพฤศจิกายน 2563 ซึ่งสภาพยืดเยื้อนี้จะมีผลต่อการค้าโลก รวมถึงการส่งออกของไทยต่อไป ทั้งหมดนี้ถือเป็นข่าวที่เตือนว่ารัฐบาลจะต้องทำงานหนักเพื่อดูแลและบรรเทาผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้มากที่สุด

บทความก่อนหน้านี้กระบวนพยุหยาตราทางชลมารค โดย : ผศ.ดร.สมหมาย จันทร์เรือง
บทความถัดไปคนตามข่าว : พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.อนาคตใหม่-เมินวอล์กเอาต์