“บิ๊กตู่”นำประกาศต้านคอร์รัปชันสากล ซัดคนไม่ดีเก่งหาช่องโหว่ ย้ำส่งผลร้ายแรงประเทศ

“บิ๊กตู่” นำประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านคอร์รัปชันสากล ย้ำส่งผลเสียร้ายแรงต่อประเทศ ลั่น “วันนี้ทำงานเหมือนเดิม หนักกว่าหนักกว่า 5 ปีที่ผ่านมาด้วยซ้ำ” เมินผลโพลรบ.ขึ้น-ลง

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 9 ธันวาคม ที่อาคารอิมแพ็คเอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 5 – 6 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) เป็นประธานในพิธีประกาศเจตนารมณ์การต่อต้านคอร์รัปชัน ในงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) ภายใต้แนวคิด “Zero Tolerance คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต” เพื่อแสดงเจตนารมณ์ของผู้นำทางการเมืองร่วมกับภาคีทุกภาคส่วนที่มีความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างต่อเนื่องและเพื่อให้ประชาชนชาวไทยและนานาประเทศ ทราบถึงการดำเนินการต่อสู้กับปัญหาการทุจริตของประเทศไทยและเจตจำนงของคนไทยไม่ทนต่อการทุจริต โดยมี นายฌูเลียน การ์ซานี ผู้แทนจากองค์การสหประชาชาติประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก เป็นผู้แถลงสารองค์การสหประชาชาติ พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) ประธานกรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ มูลนิธิองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ภาคีเครือข่าย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ทูตานุทูต สื่อมวลชน และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานกว่า 3,000 คน

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบรางวัลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ 2562 จำนวน 34 รางวัล และรางวัลการแข่งขันกิจกรรมเดิน-วิ่ง Good Guy Run 2019 รวมพลังวิ่งเพื่อส่งเสริมความดี จำนวน 4 รางวัล พร้อมกล่าวตอนหนึ่งระหว่างเปิดงานว่า ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัล โดยถือเป็นตัวอย่างที่ดี จึงขอให้มีการขยายและนำร่องทำต่อไปให้มีความเชื่อมโยงกัน ทั้งนี้ รัฐบาลร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ท. องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) และภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคมได้ร่วมกันจัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชันฯขึ้น เพื่อแสดงจุดยืนร่วมกันของคนไทย และทุกภาคส่วนในสังคม ในการต่อต้านการทุจริต และตระหนักถึงภัยร้ายแรงของปัญหาคอร์รัปชัน ซึ่งถือเป็นปัญหาร้ายแรงที่ส่งผลเสียหายต่อประเทศ อย่างไรก็ตาม ทุกคนทราบอยู่แล้วว่าเราจัดงานนี้กันเพื่ออะไรสิ่งสำคัญทำอย่างไรให้เกิดผลจริงจังไม่ใช่พูดแล้วก็จบไม่ทำต่อ ดังนั้น ต้องสร้างจิตสำนึกและความร่วมมือโดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศไทยที่กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสู่สิ่งที่ดีกว่าในทุกมิติ ซึ่งถือว่ามีความจำเป็นที่ทุกฝ่ายต้องมีส่วนร่วมในการต่อต้านการทุจริต ซึ่งถือเป็นภัยร้ายแรงส่งผลเสียต่อประเทศและทำให้การพัฒนาประเทศเป็นไปได้ช้า ซึ่งไม่ใช่เฉพาะเรื่องใหญ่ๆ เท่านั้นแต่การทุจริต มีทั้งการทุจริตเวลาราชการการและไม่เคารพกฎหมายในเรื่องต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นปัญหาหลายอย่างตามมา เช่น การเรียกรับผลประโยชน์ความขัดแย้งและเรื่องอื่นๆ หากมีการทำผิดกฎหมาย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลได้กำหนดนโยบายเร่งด่วน ในการแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ ทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายราชการประจำ โดยได้ดำเนินการพัฒนา ปรับปรุงกฎหมายต่างๆให้ครอบคลุม และเป็นเรื่องที่ต้องแทรกอยู่ในการปฏิรูปทุกๆ ด้าน ทั้งในเรื่องความโปร่งใสในการดำเนินงานของภาครัฐ ส่งเสริมให้กระบวนการยุติธรรมปราศจากการแทรกแซงของนักการเมืองและผู้มีอิทธิพล ตลอดจนการกำหนดให้มีการลงโทษผู้กระทำผิดกรณีทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างจริงจังและรวดเร็ว ซึ่งทุกฝ่ายต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยตรวจสอบและเฝ้าระวังด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ยังไม่พอเราต้องทำต่อไปและต้องเชื่อมั่นในกฎหมายและกระบวนการสื่อเป็นสิ่งสำคัญหลายคนคิดได้แต่ทำไม่ได้ ดังนั้น ต้องทำอย่างไรให้ช่วยกันแก้ปัญหาเหล่านี้ให้ได้ โดยรัฐบาลนี้รวมถึงรัฐบาลต่อไปต้องวางรากฐานทางความคิดของประชาชน วันนี้ความคิดแตกต่างกันซึ่งถือเป็นประชาธิปไตย ขณะเดียวกันคนไทยจะต้องก้าวข้ามค่านิยมอุปถัมภ์และความเพิกเฉยต่อการทุจริตประพฤติมิชอบ รวมทั้งการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ต้องได้รับความไว้วางใจ และความเชื่อมั่นจากประชาชนว่าสามารถปกป้องผลประโยชน์ของชาติ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 3 พ.ศ. 2560 – 2564 ที่มีเป้าหมายให้ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต โดยมุ่งหวังให้ระยะ 5 ปีข้างหน้า จะเป็นการปฏิรูปกระบวนการทำงานจากเดิม ไปสู่กระบวนการทำงานแบบบูรณาการทั้งระบบ อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจุบันสถานการณ์การทุจริตในประเทศไทยดีขึ้นหลายมิติ แต่ต้องเดินหน้าแก้ปัญหาต่อเนื่อง สิ่งสำคัญเรื่องกฎหมายที่ต้องมีการแก้ไข ปรับปรุงให้ทันสมัยต่อสากล แต่คนทุจริตคือ คนไม่ดีที่เก่งหาช่องโหว่กฎหมายจนได้ ดังนั้น ทุกคนต้องมีจิตใจเริ่มจากตัวเองก่อน อย่าทำอะไรที่เป็นการทุจริต หากทำได้ จะลดความขัดแย้งได้มาก และกฎหมายก็จะได้รับความเชื่อถือ ดังนั้น ผู้ที่ทุจริตจะถูกต่อต้านและถูกลงโทษทั้งจากกฎหมายและสังคม ทั้งนี้ เรามีหลักสูตรด้านการต่อต้านทุจริตที่กำหนดเป้าหมายให้สถานศึกษาทุกแห่งนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน เพื่อปลูกฝังให้คนในชาติคิดถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม มีจิตสาธารณะ และละอายต่อการทำทุจริตทุกรูปแบบ

“ทุกคนต้องรู้จักคิดและนำมาปฏิบัติ มีจริยธรรม รู้ว่าชาติคืออะไร ประเทศคืออะไร เพราะทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของประเทศ นายกฯ ทำคนเดียวไม่ได้ วันนี้ผมทำงานเหมือนเดิมและหนักกว่าที่ผ่านมา 5 ปีด้วยซ้ำ มีหลายคนเรียกร้องใช้มาตรการเด็ดขาด แต่ตอนนี้ไม่มีแบบเดิม ไม่มีมาตรา 44 แล้ว ทุกคนต้องเรียนรู้และการปรับตัวให้รู้แก้ปัญหาไม่เร็วแบบเดิมเพราะต้องใช้เวลา ฝากทุกคนช่วยคิดด้วย ส่วนการประเมินรัฐบาล เดี๋ยวรัฐบาลจะขึ้นจะลงผมไม่สนใจ คิดแต่ทำอย่างไร วันนี้ต้องสร้างหลักคิดทำงานร่วมกัน จับมือเดินไปด้วยกัน และต้องไม่ใช้ความรู้สึกแก้ปัญหาและสร้างความขัดแย้ง ขณะเดียวกันทุกคนคาดหวังผม ผมเข้าใจและยอมรับ และผมจะทำให้มากสุดเท่าที่จะทำได้ ใจผมทำงานเกินร้อยและทุกคนทำงานหนักทุกเรื่อง ทางเศรษฐกิจสังคมวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมดังนั้นวันนี้ขอให้ทุกคนช่วยกันคิดและช่วยกันทำด้วย ใครทำแล้วก็ให้ทำยิ่งขึ้น ขอทุกคนช่วยทำความดี ทำให้ประเทศไทยเดินหน้าไปให้ได้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

​ จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ นำกล่าวประกาศเจตนารมณ์ว่า “ข้าพเจ้า ขอประกาศเจตนารมณ์ว่า จะประพฤติปฏิบัติตน ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่กระทำการทุจริต จะยึดมั่นในความยุติธรรม ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน จักปกป้องเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยจิตอาสา พร้อมทำความดี ด้วยหัวใจ ตลอดไป” และนายกรัฐมนตรี ได้เยี่ยมชมนิทรรศการ เดินหน้า ล่าโกง ซึ่งจัดแสดงไว้เพื่อสร้างการรับรู้และความตื่นตัวต่อผลกระทบที่เกิดจากการทุจริต ก่อนเดินทางกลับ

บทความก่อนหน้านี้เอไอเอส ขับเคลื่อนองค์กร ในวันสิ่งแวดล้อมไทย
บทความถัดไปทำความรู้จัก ‘โซซิบินี ทุนซี’ สาวผิวสี นางงามจักรวาลคนล่าสุด