ไม่ว่าเป้าหมายการปล่อยข่าวเรื่อง”ปรับครม.”จะมีวาระอะไรซ่อนเร้นในทางการเมือง แต่หากประเมินจากท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ประสานกับท่าทีของพรรคภูมิใจไทย
ปฏิบัติการ”โยนหินถามทาง”อย่างเปิดเผยจากพรรคพลังประชารัฐก็ได้ “คำตอบ”
เป็นคำตอบที่ยืนยันว่าไม่หวั่นไหว และไม่แคร์
ไม่ว่าจะมาจาก นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะมาจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ล้วนมีความชัดเจน
ชัดเจนและมั่นใจใน 53 ส.ส.ที่มีอยู่ในมือ ชัดเจนและมั่นใจใน 51 ส.ส.ที่มีอยู่ในมือ
แจ่มแจ้งว่ามิอาจปฏิเสธพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย ได้
หากตรวจสอบความมั่นใจของพรรคพลังประชารัฐผ่านกระบวนการของ “สื่อ” เครือข่าย “พลังประชารัฐ”ก็จะประจักษ์ว่า เป็นการวางน้ำ หนักมาจากสถานการณ์หลังยุบ”พรรคอนาคตใหม่”
น้ำหนักเหล่านี้ยึดกุม “บทเรียน”จากภายหลังยุบพรรคไทยรักไทย เมื่อปี 2550 ภายหลังยุบพรรคพลังประชาชนเมื่อปี 2551
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

นั่นก็คือ เกิดสถานการณ์ “แพแตก”ในทางการเมือง
เหมือนที่สัมผัสได้จากพรรคเพื่อแผ่นดิน พรรคมัชฌิมาธิปไตย หรือแม้กระทั่งพรรคภูมิใจไทย
เห็นได้จากปฏิบัติการปล่อยข่าวในเรื่อง “ฝากเลี้ยง”
เห็นได้จากปฏิบัติการใช้”กล้วย”หลอกล่อ 3 ส.ส.พรรคเพื่อไทย
2 ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ 4 ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่ 1 ส.ส.พรรคประชาชาติให้เล่นบทเป็น “งูเห่า”
นี่คือธง”พลังประชารัฐ” นี่คือความหวังหลังยุบ”อนาคตใหม่”
หากประเมินจากท่าทีของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หากประเมินจาก ท่าทีของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ถามว่า 2 คนนี้ไม่รู้เลยหรือว่ามีการตั้งธงและถึงกับมี”ใบสั่ง”ในเรื่องการยุบพรรคอนาคตใหม่
พรรคพลังประชารัฐอาจใช้”หมาก”ยุบพรรคอนาคตใหม่มาเป็นอาวุธในการต่อรองกับพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย
เหตุใดพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย จึงไม่กลัว
ที่ไม่กลัวเพราะพรรคประชาธิปัตย์ก็มีความมั่นใจใน 53 เสียง และพรรคภูมิใจไทยก็มีความมั่นใจใน 51 เสียง
ถึงอย่างไรพรรคพลังประชารัฐก็มิอาจปฏิเสธได้อย่างแน่นอน

