‘ปิยบุตร’ ชี้ ‘รธน.ฉบับปราบโกง’ ไม่แก้ยิ่งวุ่น เนื้อหาไม่ปชต.-วางกลไกพิสดาร

สภาฯ ถกญัตติแก้รธน. “ปิยุบตรเปิดอภิปราย ชี้ ปัญหาฉบับ60 ผู้นำรปห.อยากรักษาอำนาจจนได้รบ.ปริ่มน้ำ แจกกล้วย งูเห่า เปรียบการเมืองไทยเหมือนท่าเต้นมูนวอร์กของ “ไมเคิล แจ็คสัน” เดินถอยหลัง 41 ปี ย้อนพวกขวาง ทำเพื่อตัวเอง ถ้าไม่แก้ยิ่งวุ่นวายแน่

สภาฯ-เมื่อเวลา 16.45 น.วันที่ 11 ธันวาคม ที่รัฐสภา เกียกกาย ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายศุภชัย โพธิ์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาญัตติเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ตามที่ 213 ส.ส.ฝ่ายค้าน นำโดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ และนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เป็นผู้เสนอ นอกจากนี้ ยังมีสมาชิกขอเสนอญัตติในทำนองเดียวกันเข้ามาอีกรวมทั้งหมด 6 ญัตติ จึงนำมารวมพิจารณารวมไปพร้อมกัน

โดยนายปิยบุตร อภิปรายว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง จริงใจ ฝ่ายต่างๆต้องไม่ขัดขวาง หรือชักใบให้เรือเสีย หรือทิศทางการตีรวน หรือซื้อเวลา สกัดขัดขวางไม่ให้แก้รัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญมาแล้ว 20 ฉบับ ซึ่งรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 มีการแก้ไขถึง 4 ครั้ง เพราะคสช.อยากอยู่ยาว กระทั่งรัฐธรรมนูญปี 2560 กำหนดวิธีการแก้ไขไว้ยากมากที่สุด นอกจากต้องใช้เสียงส.ว. 1 ใน 3 แล้ว ถ้าแก้ไขเรื่องสำคัญต้องไปออกเสียงประชามติ ล็อกประตูไว้หลายชั้น จนอาจแก้ไม่ได้เลย ถ้าเป็นสนุ๊กเกอร์เหมือนถูกวางสนุ๊กกันไว้ ไม่ให้แก้ ทั้งที่ประชาชนและพรรคการเมืองอยากแก้ไข หากลุกลามเป็นวิกฤติ อาจถูกคณะรัฐประหารรื้อทิ้ง เขียนใหม่อีก

นายปิยบุตร กล่าวว่า รัฐธรรมนูญ 2560 มีปัญหาชอบธรรมทางประชาธิปไตย มีที่มาจากผลพวงรัฐประหารของ คสช. มีลักษณะเด่นคือ ฝังระบบรัฐประหารเข้าไปอยู่ในรัฐธรรมนูญ รับรองการใช้อำนาจคสช.ตั้งแต่อดีตถึงอนาคต หากมีชาติหน้าคงรับรองถึงชาติหน้า ให้ส.ว.ที่เกิดจากคนเพียงคนเดียว ตั้งส.ว.ได้ 250 คน แต่เรา 500 คนมาจากการเลือกตั้งจากประชาชน 47 ล้านคน ถือว่าไม่มียุติธรรมและความแฟร์อะไรเลย แล้วส.ว.ชุดนี้มีส่วนเยอะแยะไปหมดในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่หน้าที่หลักๆไม่มีอะไรนอกไปจากโหวตนายกรัฐมนตรีใน 5 ปีแรก ซึ่งได้ทำสำเร็จไปแล้ว รัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังมีลักษณะเด่นที่อำนาจจากการเลือกตั้งมีอำนาจน้อยกว่าการแต่งตั้ง เราถูกริดรอนไปเรื่อยๆ ทั้งๆที่เราเป็นผู้แทนราษฎรมาจากประชาชน เรายังเจอกลไกรัฐซ้อนรัฐไปเรื่อยๆ มีคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และองค์กรอิสระ แม้คนร่างจะชวนเชื่อว่า เป็นฉบับปราบโกง ฉบับแห่งการปฏิรูป แต่ผ่านมาไม่นานก็เห็นได้ชัดเจนเลยว่า ระบอบการเมืองที่เขาต้องการนั้น นำการเมืองไทยถอยหลังกลับไปเมื่อปี 2521 สมัยประชาธิปไตยครึ่งใบที่เลือกตั้งเสร็จต้องไปเชิญนายทหารมาเป็นนายกฯ รัฐธรรมนูญ 2521 ใช้ก่อนตนเกิดอีก แล้ววันนี้ 41 ปีผ่านไป แทนที่จะคิดขึ้นหน้า แต่เรากลับถอยหลัง

“การเมืองไทยมันเหมือนท่าเต้นมูนวอร์กเกอร์ของไมเคิล แจ็คสัน ราชาเพลงป็อป เพราะประเทศไทยเดินไปข้างหน้าแต่ปี พ.ศ. แต่สภาพการเมืองการปกครองมันถอยหลัง คือ ขึ้นหน้าแต่ตัวเลข แต่เนื้อแท้มันถอยหลัง บทพิสูจน์ที่เห็นชัดที่สุด คือรัฐบาลของท่านคือรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ บริหารประเทศลำบาก จนเกิดปรากฏการณ์เสนอชื้อผลประโยชน์ดึงใจ ส.ส.มา จริงหรือไม่ไม่รู้ แต่สื่อเรียกงูเห่า เอากล้วยให้ลิงบ้าง ซึ่งทั้งหมดเกิดจากคณะรัฐประหารอยากสืบทอดอำนาจ วางกลไกพิสดาร เกิดพรรคการเมืองจำนวนมากในสภาฯ หากไม่มีส.ว. 250 คน เชื่อว่าพรรคอันดับ 1 จะจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ  เวลาจะผ่านญัตติหรือกฎหมายสำคัญต้องลุ้นทุกครั้ง เชื่อนักการเมืองพร้อมปรับเข้าหากติกา แต่เมื่อกติกาถอยหลัง พฤติกรรมนักการเมืองจะถอยหลังไปด้วย แทนที่จะชี้หน้าตำหนินักการเมือง ควรไปตำหนิคณะรัฐประหาร” นายปิยบุตร กล่าว

นายปิยบุตร กล่าวต่อว่า รัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ใช่รัฐธรรมนูญ เป็นแค่แอกสารที่มัดรวมกันแล้วไปเรียกว่า รัฐธรรมนูญ เพราะอำนาจที่มาจากการแต่งตั้งเทียบเท่ากับอำนาจการเลือกตั้ง  รัฐธรรมนูญที่ดีต้องอำนวยให้รัฐบาลเลือกตั้งได้บริหารประเทศ เปิดโอกาสให้ประชาชนใช้สิทธิเรียกร้องจากรัฐบาลได้สม่ำเสมอ แต่รัฐธรรมนูญนี้ทำไม่ได้ เพราะเป็นเสียงปริ่มน้ำ ส่วนที่บอกการแก้รัฐธรรมนูญจะทำให้วุ่นวาย คิดว่า ยิ่งไม่แก้ยิ่งวุ่นวาย เพราะคนอยากให้แก้จะออกมาเรียกร้องมากขึ้น เชื่อว่า นักการเมืองไม่ได้แก้รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ตัวเอง แต่คนที่ไม่อยากให้แก้กลับทำเพื่อประโยชน์ตัวเอง เช่น คำพูดว่า รัฐธรรมนูญนี้ดีไซน์เพื่อพวกเรา จึงขอเชิญชวนให้สภาฯปลดล็อกแก้รัฐธรรมนูญ  เปิดทางให้มีส.ส.ร.ที่มาจากประชาชน

อยากฝากผู้มีอำนาจ ให้เลิกหวาดระแวง หวงอำนาจ คิดยาวๆ พวกเราทำอย่างอื่นไม่ได้ เพราะมีแต่ปาก แก้ตามระบบ ไม่มีปืน กองทัพ กำลัง  จึงต้องสู้ในระบบ อย่าให้ใครพูดว่า ทีรัฐประหารยอมให้ทำได้ แต่หากอยากแก้รัฐธรรมนูญทำได้ยากเย็น ฝากให้สภาฯลงมติเห็นชอบตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างฉันทามติใหม่ร่วมกัน

 

บทความก่อนหน้านี้ผอ.โรงเรียนหญิงล้วน โต้ดราม่า ห้ามไว้ผมหน้าม้า รับมีกฎจริงอยู่ในคู่มือนักเรียนตั้งแต่ปี 2523
บทความถัดไป‘กรณ์’ ปัดข่าวย้ายซบ ‘พปชร.’ ชิงผู้ว่าฯกทม. ยันสังกัดสมาชิกพรรคปชป.