ถ้ารัฐประหารประสบความสำเร็จจริง
พรรคอนาคตใหม่ไม่มีทางแจ้งเกิดได้สำเร็จ ก่อตั้งได้ไม่นาน ส่งผู้สมัคร ส.ส.ลงเลือกตั้งครั้งแรก 24 มีนาคม 2562 ตัวเลขที่นั่งพุ่งทะยาน 81 เสียง โดดพรวดเป็นพรรคการเมือง ครองที่นั่งอันดับ 3 ในสภาผู้แทนราษฎร
ไม่เพียงพรรคอนาคตใหม่ ที่ประกาศตัวอยู่ในปีกประชาธิปไตยเท่านั้น
พรรคเพื่อไทย ที่ชนะเลือกตั้งทั่วไปมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2544 ในชื่อไทยรักไทย ก็คงไม่ชนะเลือกตั้งกวาดจำนวน ส.ส.ได้สูงสุดอีกครั้ง
เหนือกว่าพรรคพลังประชารัฐ ที่รับมรดกตกทอดทางการเมือง เขียนพินัยกรรมยกให้ผ่านบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ-บทเฉพาะกาล
หากไม่ใช่ผลจากการบริหารของรัฐบาลทหาร คสช. ในห้วงของการขอเวลาอีกไม่นาน 5 ปีกว่า
เป็นเพราะเหตุใด
ประชาชนจึงเลือกฝากความหวัง มอบความไว้วางใจให้กับพรรคเพื่อไทยสูงสุด พลังประชารัฐที่พรั่งพร้อมทุกอย่างเป็นอันดับรอง และพรรคอนาคตใหม่ อันดับ 3
และถ้ามิใช่เป็นเพราะการเขียนพินัยกรรม มีแต้มต่อ 250 ส.ว. มอบตำแหน่งนายกฯให้
ไม่แน่นักว่า พลังประชารัฐจะรวบรวม ส.ส. เป็นเสียงข้างมากได้ ไม่แน่นักว่าเก้าอี้หัวหน้าฝ่ายบริหารจะตกอยู่ในมือใคร
พรรคอนาคตใหม่ ประสบชะตากรรมแต่แรก เริ่มเข้าทำงานในฝ่ายนิติบัญญัติ
หัวหน้าพรรคถูกสั่งพักปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.จากคดีถือครองหุ้นสื่อ และในท้ายที่สุด ได้วินิจฉัยให้พ้นจากสมาชิกภาพ ส.ส.
อาฟเตอร์ช็อก ดอกต่อไป ที่เป็นผลพวงจากคดีหุ้นวี-ลัค มีเดีย ที่ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ต้องเผชิญ
คือการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 151
โทษแรงทั้งจำคุก 1-10 ปี ปรับ 2 หมื่น-2 แสนบาท และโทษประหารชีวิตทางการเมือง เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง กรณีสูงสุดถึง 20 ปี
นอกจากคดีที่กล่าวมา ยังมีเรื่องน้อยใหญ่อีก 20 กว่าคดี
จะเรียกว่าขยับตัวแทบไม่ได้ เป็นต้องถูกร้อง ถูกยื่นเช็กบิล ดำเนินคดีก็ว่าได้
จะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาก็ออกจะแปลกอยู่ เนื่องจากคำสัมภาษณ์ของฟากคู่แข่ง บ่งชี้ว่าเป็นพรรคถูกหมายหัว เป็นภัยคุกคามรัฐ ถูกเพ่งเล็งมากกว่าพรรคเพื่อไทยเสียอีก
เมื่อมาแรง ก็ต้องหาวิธีจัดการ
เรื่องถูกร้อง ดำเนินคดี มีทั้งที่เป็นลักษณะเข้าข่ายข้อเท็จจริง กระทำการ สุ่มเสี่ยงขัดต่อกฎหมาย มีทั้งเรื่องที่เรียกกันว่า คดีการเมือง
แต่ไม่ว่าจะเป็นคดีความแบบไหน
ไม่สำคัญเท่ากับการตัดสิน องค์กรอิสระ กระบวนการยุติธรรมต้องเที่ยงธรรม โปร่งใส ตรงไปตรงมา
ผิดเป็นผิด ถูกเป็นถูก
แค่ยืนยัน ไม่มีใบสั่งอย่างเดียวไม่พอ แค่บอกว่าไม่ตกอยู่ภายใต้อาณัติ อิทธิพลการสั่งการของใครอย่างเดียวก็ไม่พอ
ไม่ว่าคดีใด รวมถึงคดียุบพรรคล่าสุด
การตัดสินคดี ต้องมีมาตรฐาน เที่ยงตรง ไม่เอื้อต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
เพื่อให้สังคมมีที่พึ่งหวัง ในการยุติ ตัดสินปัญหา ที่เป็นข้อขัดแย้ง ให้ได้รับการยอมรับ เป็นทางออกตามกติกาที่ต้องการให้อยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุข
หากตัดสินถูกต้อง เที่ยงธรรม ก็ไม่มีอะไรให้ต้องวิตก ผลได้-ผลเสีย จากความพอใจ ไม่พอใจของแต่ละฝ่าย
ไม่ต้องทุกข์ร้อน แทนฝ่ายการเมือง
ในบริบทของการต่อสู้ทางการเมืองนั้น ที่จริงผลดีของการมีคู่ต่อสู้ คู่แข่งนั้น มีสูงมาก ทั้งในแง่ของระบบที่ต้องยืนยันรักษา และภาพทางการเมือง
การมีฝ่ายค้านที่เข้มแข็ง การตรวจสอบที่เข้มข้น ก็เท่ากับฟอกรัฐบาล เป็นตรารับประกัน เรื่องที่ดำเนินการมีความชอบธรรมอย่างน้อยก็ในระดับหนึ่งตามกติกา
ประการสำคัญก็คือ การพับสนามเล่น
แม้อาจทำให้ รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำมั่นคงยิ่งขึ้น งานในฝ่ายนิติบัญญัติง่ายขึ้นก็ตาม
แต่ก็มิได้ ปลุกสร้าง ให้เกิดความเชื่อมั่น ศรัทธา ที่ประชาชนมีต่อรัฐบาลเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด
เนื่องจากมีข้อพิสูจน์ชัดมาแล้ว ปิดสนามเล่นฝ่ายเดียวแท้ๆ ก็เคยแพ้ยับทางการเมืองมาแล้ว
5-6 ปี ไม่ปรากฏผลงานเป็นชิ้นอัน ระดับมาสเตอร์พีซ โบแดง
มีแต่ ซากปรักหักพังด้านการเมือง เศรษฐกิจ ผลพวงการบริหาร วิธีการพิเศษไร้สภาตรวจสอบ ถ่วงดุล

