นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา และ
วิวาทะปรากฏการณ์ธนาธรชวนพี่น้องชุมนุมที่สกายวอร์คประเด็นหนึ่งคือ “ชวนคนลงถนน เดี๋ยวก็จบที่ความวุ่นวายและรัฐประหาร”
รัฐดื้อด้านและเผด็จการหูตึงที่คุมอำนาจเบ็ดเสร็จแล้ว การลงถนนคือพลังที่มีความหมาย เป็นพลังเชิงประจักษ์แก่คนทุกรุ่นทุก generation ในสังคม
สงครามออนไลน์นั้นมีความหมายมากในการสร้างการรับรู้ให้เห็นถึงความบิดเบี้ยวอันฉ้อฉลของฝ่ายผู้กุมอำนาจ สามารถลดความชอบธรรมและสร้างฉันทามติเบื้องต้นในโลกออนไลน์ได้ แต่ air-war ต้องผสมผสานด้วย ground-war นั่นคือการชุมนุมลงถนน จึงจะมีพลังในการกดและดันให้เผด็จการที่หูตึงตาฝ้าฟางสั่นคลอน และยิ่งเมื่อผนวกกับพลังของพรรคการเมืองในรัฐสภาที่พรรครัฐบาลมีเสียงปริ่มน้ำ โอกาสที่จะมีการเปลี่ยนขั้วการเมืองโดยระบอบรัฐสภาก็เป็นไปได้สูงมาก
แต่ถ้าเป็นเช่นนี้ ทางรอดของ คสช.ก็คือ ยิ่งต้องยุบพรรคอนาคตใหม่ให้เร็ว ทำลายตัดไฟแต่ต้นลม ใช้กฏหมายปิดกั้นผู้คนไม่ให้ลงถนนอีก ยุบแล้วดูด แจกกล้วยเลี้ยงหูฉลาม เพื่อเพิ่มเสียงของพรรครัฐบาลให้เป็นเสียงข้างมาก ดิ้นทุกทางให้อยู่ในอำนาจเพราะผลประโยชน์ส่วนตนที่อยู่ใต้พรมจะหายหมดรวมถึงอาจต้องลี้ภัยไปไกลด้วยซ้ำ
ผมดีใจที่เมื่อวานชนชั้นกลางในกรุงได้ลงถนน ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายรัฐนั้นลงถนนมาตลอด แต่ด้วยความเป็นชาวบ้านก็ถูกกระทำอย่างหนักจากอำนาจรัฐ ทั้งการกดดัน การส่งคนมีสีไปเยี่ยมที่บ้าน การใช้สารพัดกฏหมายมาปิดกั้น จนถึงการจับกุมดำเนินคดี แต่การลงถนนก็ยังจำเป็นและมีพลังเสมอ
อยากให้คนกรุงเทพรู้สึกดีกับการลงถนน รู้สึกดีกับชาวบ้านที่ลงถนน ร่วมกันสร้างนิยามใหม่ของการลงถนนว่า “การลงถนนคือวิถีประชาธิปไตย” เป็นหนึ่งในหนทางการต่อสู้ที่สำคัญเพื่อให้ได้มาซึ่งความถูกต้องและเป็นธรรม

