09.00 INDEX จับตา รวมพลังประชาชาติไทย จับตา ขบวนต้าน “ลัทธิชังชาติ”

16.12.19 | 08:46 น.

หากปรากฏการณ์จาก FLASH MOB สกายวอล์ก ปทุมวัน เป็นสัญญาณหนึ่งในทางการเมือง ปรากฏการณ์จากการเดินสายต้านลัทธิชังชาติ ก็เป็นอีกสัญญาณหนึ่งในทางการเมือง


FLASH MOB อาจมีพรรคอนาคตใหม่ อาจมี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นตัวจุดประกาย

กระบวนการต้าน ”ลัทธิชังชาติ” อาจมีพรรครวมพลังประชาชาติไทย อาจมี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม เป็นตัวจุดประกายในสถานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

กระนั้น ที่ไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาดก็คือ ที่อยู่เบื้องหลังการต้าน “ลัทธิชังชาติ” ยังมี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ทอดเงาทะมื่นอยู่โดดเด่นเป็นสง่า

เงาสะท้อน “การเมือง” เช่นนี้จำเป็นต้อง “FOCUS

Advertisement

รูปแบบอย่างที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม เข้ามาขับเคลื่อนมิได้เป็นรูปแบบใหม่ในทางการเมือง

จำเป็นต้องย้อนกลับไปยังการเลือกตั้งเดือนกรกฎาคม 2554

เมื่อประจักษ์อย่างแน่ชัดว่าพรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้ต่อพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะพ่ายแพ้ต่อการเข้ามาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ประกาศ ”เดินสาย” ทางการเมือง

เริ่มต้นอาจพุ่งไปยังพื้นที่ภาคใต้อันเป็นเขตอิทธิพลของพรรคประชาธิปัตย์ แต่ในความเป็นจริง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เดินสายไปในทุกจุดที่มีมวลชนของพรรคประชาธิปัตย์

และที่สุดก็เริ่มก่อรูปขึ้นเมื่อมีการเสนอร่างพรบ.นิรโทษกรรมอย่างที่เรียกว่า”สุดซอย” ผ่านการชุมนุมที่บริเวณสถานีรถไฟสามเสนเมื่อเดือนตุลาคม 2556

กระทั่งกลายเป็น “กปปส.”ในเดือนมกราคม 2557

การเดินสายของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม และพรรครวมพลังประชาชาติไทย ในการต้าน ”ลัทธิชังชาติ” ในเดือนธันวาคม 2562

คือ การต่อยอดจาก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เมื่อปี 2554

เมื่อปี 2554 เป้าหมายอาจเป็นพรรคเพื่อไทย อาจเป็นนปช. แต่เมื่อมาถึงปี 2562 เป้าหมายคือพรรคอนาคตใหม่ คือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

อย่าลืมเป็นอันขาดว่าพรรครวมพลังประชาชาติไทยคือพรรคร่วมรัฐบาลที่ยืนเคียงข้าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาอย่างยาวนาน

ยาวนานจนถึงก่อนและหลังรัฐประหาร 2557

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

เพิ่มเพื่อน