“สมชัย”จี้กกต.แจงให้ชัดแนวทาง 4 ส.ส.งูเห่าย้ายสังกัดพรรคใหม่ ย้ำทุกผ่ายควรแก้ปัญหาข้อครหาซื้อขาย ส.ส.
วันที่ 18 ธ.ค. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า หาก 4 อดีต ส.ส.เขตจากพรรคอนาคตใหม่ จะไปสังกัดพรรคการเมืองอื่น ไม่จำเป็นต้องคำนวณ ส.ส.พึงมีหรือคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองอื่นที่ 4 ส.ส.ไปสังกัด เนื่องจากที่ผ่านมามีไพบูลย์โมเดล จากการย้ายพรรคของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ยุบพรรคตัวเองไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ปรากฏการณ์ต่อมามีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 5 ที่ จ.นครปฐม เมื่อพรรคชาติไทยพัฒนาได้ ส.ส.เขต ก็มีข้อเรียกร้องว่าจะต้องคืน ส.ส.บัญชีรายชื่อให้กับพรรคอนาคตใหม่ แต่ไม่มีการดำเนินการใดๆ แสดงว่าคะแนนดังกล่าวไม่ถูกนำไปคำนวณ ขณะที่ กกต.ควรออกมาชี้แจงให้ชัดเจนว่าแนวทางที่ 4 ส.ส.ไปสังกัดพรรคใหม่ควรมีหลักเกณฑ์อย่างไร นายสมชัย กล่าวว่า ปัญหาล่าสุดมีคำถามว่าพรรคที่ 4 ส.ส.จะไปสังกัด จำเป็นต้องมี ส.ส.ในสภาหรือไม่ เป็นพรรคที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 หรือไม่ เรื่องนี้ยังไม่มีใครชี้แจงให้ชัดเจน แต่ส่วนตัวเห็นว่า 4 ส.ส.จะไปสังกัดพรรคใดก็ได้ที่ได้จดทะเบียนพรรคการเมืองกับ กกต.ไว้แล้ว ไม่ว่าพรรคดังกล่าวจะเคยส่ง ส.ส.ลงสมัครหรือจะมี ส.ส.ในสภาหรือไม่ แต่ กกต.ควรบอกความชัดเจนว่าพรรคที่จะไปสังกัดได้คือพรรคประเภทใด ซึ่งเป็นสิทธิของ ส.ส.ที่ถูกขับออกจากพรรคอนาคตใหม่จะต้องรับทราบ เพระหากทำผิดพลาด แล้วย้ายพรรคไม่ทันภายในระยะเวลา 30 วัน ก็จะทำให้เกิดความเสียหายได้ “ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เมื่อขับออก 4 คนก็จะเหลือ 76 คน ยืนยันว่าไม่ต้องคำนวณ ส.ส.พึงมีใหม่ตามที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตจากคะแนนเสียง ส.ส.เขตที่หายไป 1.6 แสนคะนน เพราะถ้าคำนวณสัดส่วนใหม่ พรรคการเมืองอื่นที่รับ ส.ส.เหล่านี้เข้าไปสังกัดก็ไม่มีประโยชน์จะได้ ส.ส.เพิ่ม ส่วนการยื่นวินิจฉัยก็ต้องดูว่ายื่นแล้วศาลจะสั่งให้ยุติเรื่องไว้หรือไม่ เพราะการสังกัดพรรคใหม่ ไม่เกี่ยวกับการทำหน้าที่ ส.ส.ซึ่งทำต้องทำตามปกติ เชื่อว่าในอนาคต 4 ส.ส.มีพรรคการเมืองอื่นรับไว้แน่นอน แต่เรื่องนี้จะเป็นปัญหาในการปฏิรูปการเมือง เพราะกติกาแบบนี้ทำให้พรรคการเมืองขาดความเข้มแข็ง พรรคไม่สามารถควบคุมการลงมติของ ส.ส.ในพรรคได้ แต่ให้เป็นเอกสิทธิ์และการลงโทษโดยขับออกจะเป็นเรื่องที่นำไปสู่การตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีการซื้อขาย ส.ส.เกิดขึ้น เพื่อเพิ่มจำนวน ส.ส.ในพรรคนั้น แนวทางนี้ควรทบทวนและแก้ไข เพราะสาระสำคัญต่างจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 และ 2550” นายสมชัยกล่าว

