นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก แสดงความเห็นข้อกฎหมาย เรื่องการชงยุบพรรคอนาคตใหม่ของ กกต. จากกรณีการกู้เงิน โดยระบุว่า ยุบพรรคอนาคตใหม่ให้นักศึกษาเนติบัณฑิตยสภาลองตอบดู ใครว่าผมมีความเห็นตรงข้ามกับพรรคอนาคตใหม่อย่างเดียวล่ะ มิใช่เลย ผมมีความเห็นเฉพาะประเด็นข้อกฎหมายเท่านั้น ดังนั้น บางครั้งความเห็นทางกฎหมายก็ตรงข้ามกัน บางครั้งก็ตรงกัน อันความเห็นกกต.ให้ยุบพรรคอนาคตใหม่นี่ ผมก็มีความเห็นตรงกับพรรคอนาคตใหม่ ว่าทางกฎหมายแล้วผมเห็นว่า ยุบไม่ได้ ด้วยเหตุผลคร่าวๆ คือ (คร่าวๆ นะครับ ถ้าเป็นการตอบข้อสอบผมอาจไม่ได้คะแนน) คือ 1.ความผิดของพรรคอนาคตใหม่ เป็นความผิดตาม ม.66 มิใช่ความผิดตาม ม.72 คือเป็นกรณีที่รับบริจาคเกิน 10 ล้านบาท ซึ่งมีเพียงโทษปรับและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง กก.บห.เท่านั้น ไม่มีโทษยุบพรรค หากข้อเท็จจริงเป็นตามม.66 ก็เอาโทษตามม.72 มาลงไม่ได้ เจตนาของม.72 เป็นคนละเจตนากับม.66 แต่จะเป็นการบริจาค หรือการกู้ยืมก็เป็นปัญหาที่ต้องวินิจฉัยใหม่เหมือนกันนะครับ เพราะคุณธนาธรบอกว่า ให้พรรคกู้ แต่กกต.วินิจฉัยว่า เป็นการบริจาค เพราะเป็นนิติกรรมอำพรางไปโน่น การบริจาค กับการให้ยืม(กู้) ผลทางกฎหมายก็ต่างกันนะครับ 2.วิธีการแจ้งข้อกล่าวหา กับ วิธีการไต่สวนของกกต. ในความเห็นของผม(เท่าที่อ่านจากข่าวของทั้ง 2 ฝ่าย) น่าจะมีปัญหาในการแจ้งข้อกล่าวหาและกระบวนการไต่สวนอยู่เหมือนกัน เรื่องนี้ หากกกต.พลาด ก็มีสิทธิหนาวได้เหมือนกัน ผมทำคดียุบพรรคมาหลายคดี เรื่องนี้ ฟังดูแปร่งๆอยู่เหมือนกัน 3.เอาอย่างนี้ ลองทำวิจัยไหมครับ เอาข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายนี้ ให้นักศึกษาในขั้นเนติบัณฑิตยสภาลองตอบดู ดูซิว่าเขาจะตอบอย่างไร ผมว่าน่าสนใจนะ เป็นงานวิจัยที่น่าจะโด่งดังที่สุดในแวดวงกฎหมายทีเดียว ที่ผมเสนอให้นักศึกษาเนฯลองตอบ เพราะเห็นว่า เด็กเหล่านี้ยังมีความคิดทางกฎหมายบริสุทธิ์อยู่ ยังไม่มีอวิชชาเข้ามาปิดบัง ถ้าผมเป็นพรรคอนาคตใหม่ ผมจะลงทุนเลือกเด็กหัวกะทิ สัก 3 รุ่น รุ่นละ 30 คน ให้ลองตอบดู และนำมาเผยแพร่เป็นข้อมูลทางวิชาการ ที่ไม่ให้เด็กป.ตรีตอบ เพราะมันยากและซับซ้อนมากไป ถ้านักศึกษาเนฯ ตอบตรงข้ามกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แสดงว่า วิธีคิดของนักกฎหมายเมืองไทยมีปัญหาแล้วล่ะ อาจต้องรื้อการเรียน-การสอน กฎหมายในประเทศนี้กันใหม่ 4.มีนักกฎหมายที่เขียนเรื่องนี้ และแสดงความเห็นไว้ดีมาก ขอย้ำ ดีมาก อยู่ 2 คน ใครที่สนใจค่อยๆจิบกาแฟ อ่านไป น่าสนใจมาก กาแฟหมดแก้วที่ 3 ก็อาจบรรลุธรรม คือ 1.อาจารย์สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต. 2. ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด อาจารย์ผู้บรรยายวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความและพยานหลักฐาน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รามคำแหง นิด้า และแม่ฟ้าหลวง ท่านอัยการท่านนี้ เขียนได้ดีจนไม่อ่านไม่ได้แล้ว ผมก็แอบอ่านข้อเขียนของทั้ง 2 ท่านมา เห็นว่า มีเหตุมีผลครบถ้วนกระบวนความ ก็ต้องรอว่า กกต.จะมีข้อเท็จจริงอย่างไร แต่กกต.ก็ไม่น่าออกมาเปิดเผยและสู้กันข้างนอกอีกแล้ว ตอนนี้ ได้แต่นั่งมองว่า มือกระบี่ทางกฎหมายระหว่าง กกต.กับพรรคอนาคตใหม่ ฝ่ายไหนจะแหลมคม ฟาดกระบี่เข้าเป้ากว่ากัน แต่เรื่องนี้พลาดไม่ได้ เดิมพันสูงมาก มีเสียวทั้ง 2 ฝ่าย อันวิชากฎหมายนั้นเปรียบเหมือนอาวุธ ใช้ทำร้ายคนอื่นก็ได้ ใช้ป้องกันตัวเองก็ได้ อยากรู้จริงๆ ว่า อ.ปิยบุตร แสงกนกกุล สามารถใช้ความรู้ทางกฎหมายป้องกันตัวเองได้หรือเปล่า ถ้าไม่ได้ ลูกศิษย์ลูกหา หายไปเยอะนะอาจารย์
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่


