มติเอกฉันท์ 445 เสียงตั้ง ‘กมธ.ศึกษาแก้รธน.’ วางกรอบพิจารณา 120 วัน

สภาฯ-ต่อมาเวลา 19.25 น.ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน อภิปรายว่า หลายคนท้วงติงว่า จะรีบแก้รัฐธรรมนูญทำไม ทำไมไม่แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องชาวบ้านก่อน ตนขอชี้แจงว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เพื่อแก้ปัญหาปากท้อง เพราะจะแก้เศรษฐกิจได้ต้องมีบ้านเมืองที่มีเสถียรภาพ มีนิติธรรม เมื่อบ้านเมืองมีนิติธรรมเศรษฐกิจก็จะแก้ไขได้ เราเคยคิดว่าเมื่อมีรัฐธรรมนูญแล้วเศรษฐกิจจะดีขึ้น แต่วันนี้ยิ่งดำดิ่ง ต่างชาติไม่คบค้า เพราะเราไม่มีความเชื่อถือเชื่อมั่น และความไว้วางใจ ถ้าไม่มี ก็ไม่มีใครลงทุน ต่างชาติเขารู้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีที่มาอย่างไร แม้มีประชามติเขาก็รู้ว่าทำประชามติในบริบทอย่างไร แม้จะบอกว่าประชาชนมีส่วนร่วมเขาก็รู้ว่ามีส่วนร่วมอย่างไร และไม่ผิดด้วยที่เขาดูแบบนี้ รัฐบาลนี้ไม่เอื้อให้แก้เศรษฐกิจ เสถียรภาพเสียงในสภาฯก็เป็นเสียงปริ่มน้ำ เขาก็ดูออก พวกตนแค่ทดสอบสองครั้งก็ไปไม่เป็น

นายสุทิน กล่าวต่อว่า รัฐธรรมนูญมีคุณค่า 2 อย่าง คือ สร้างสันติสุข ขณะเดียวกันอาจสร้างวิกฤตสงครามการเมือง รัฐธรรมนูญที่ทำให้เกิดสันติสุข ต้องเป็นรัฐธรรมนูญที่คนในประเทศยอมรับ แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้มา 2 ปี อยากถามว่า เป็นอย่างไร ได้รับการยอมรับกี่มากน้อย  การที่รัฐบาลบรรจุเป็นนโยบายเร่งด่วนให้ศึกษาเพื่อแก้ไข แสดงว่ารัฐบาลก็ยอมรับว่ามีปัญหา ประกอบกับโพลต่างๆแสดงให้เห็นว่าประชาชนไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญนี้ทำให้เกิดวิธีการนับคะแนนแบบประหลาด และอนาคตยังสร้างปัญหากับระบบเลือกตั้งหลายอย่าง ที่สำคัญ มีหลายมาตราใช้ปฏิบัติไม่ได้ เพราะเขียนบนอคติ  เมื่อปฏิบัติไม่ได้ ทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นแก้วันนี้ เพื่อแก้วิกฤติที่จะเกิดในวันหน้า และทำให้ปฏิบัติได้

“รัฐธรรมนูญที่ได้รับการยอมรับคือที่ประชาชนเขียน ไม่ใช่คนวิเศษวิโสมีความรู้เขียนมาแล้วแต่คนไม่ยอมรับ ที่เราต้องศึกษาเพราะอยากให้กระบวนการแก้ครั้งนี้เป็นเรื่องของการยอมรับ แม้จะมีสิทธิ์แก้เองได้ กมธ.ที่ตั้งขึ้นไปหาคำตอบมาว่าให้ใครแก้ แก้อย่างไร ซึ่งคนที่จะแก้คือประชาชนที่ต้องมาออกแบบกัน เท่าที่คิดได้ตอนนี้คือส.ส.ร. ดีกว่าเอาคนแก่มาแก้แล้ววันนี้นอนกุมขมับ ศึกษาเสร็จถึงมาสู่กระบวนการพิจารณาเนื้อหา หากเห็นพ้องต้องกันทุกฝ่ายสองปีเป็นอย่างเร็วที่สุดถึงจะจบ แต่ก็ถือว่านานพอสมควรสำหรับเรา หวังว่าวันนี้ความร่วมมือที่เกิดขึ้นในปฐมบทในการตั้งกมธ.วิสามัญ  ผมขอภาวนาว่า วันนี้เริ่มต้นด้วยดีก็ขอให้ไปดีตลอดอย่าแยกกันปลายทางหรือกลางทาง วันนี้ประชาชนมองเราอยู่ เราเคยเอารัฐธรรมนูญเป็นตัวเล่นเกมเพื่อชัยชนะ คนแพ้คือประชาชนและประเทศ” นายสุทิน กล่าว

จากนั้น นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า รัฐธรรมนูญนี้มีปัญหาใน 3ประเด็น 1.ระบบการเลือกตั้ง 2.ทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอลงไปมาก และ 3.ขาดเนื้อหาสาระที่จะเอื้ออำนวยให้ประชาธิปไตยต่อไปในวันข้างหน้า  เพราะในทันทีที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ประกาศใช้ ทุกอย่างไม่เกินไปจากความคาดหมายที่คาดไว้ตั้งแต่ต้น คือมีความยุ่งเยิง นับตั้งแต่การเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม ซึ่งเป็นปรากฏการณ์แห่งความยุ่งยากมากเรื่องที่สุด คือ 1.การเลือกตั้งเมือง 24 มีนาคม มีการประกาศผลช้ามากที่สุดในประวัติการ 2.สูตรของการคำนวณผลการเลือกตั้ง โดยเฉพาะ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งสลับซับซ้อนที่สุด จนวันนี้คำว่าส.ส.พึงมีก็ยังหาข้อสรุปกันไม่ได้ 3.ความไม่แน่นอนของสมาชิกภาพส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ 4.ก่อให้เกิดพรรคการเมืองมากที่สุดทั้งในสภาฯและรัฐบาล มากกว่าครั้งใดๆ ทั้งสิ้น เพราะมากถึง 19 พรรค 5.กว่าจะจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ ยาวนานที่สุด เมื่อตั้งรัฐบาลล่าช้า ทำให้การแถลงนโยบายช้า การพิจาณางบประมาณ จึงช้าไปด้วย ซึ่งถือเป็นตัวซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจของประเทศ และ 6.มีเสียงปริ่มน้ำมากที่สุด สิ่งเหล่านี้เป็นความล่มเหลวของระบบเลือกตั้งในระบบจัดสรรปั้นส่วนผสม

ด้าน นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะผู้เสนอญัตติ อภิปราย ว่าตนยินดี หากนายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯ จะเข้าดำรงตำแหน่งประธานกมธ.ฯ เพราะจากการทำงานร่วมกันในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาฯ นั้นเป็นไปด้วยดี และเชื่อว่าจะทำให้การศึกษาแก้รัฐธรรมนูญเดินหน้าได้ ทั้งนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจมีปัญหาที่ต้องใช้เสียง ส.ว.  84 เสียง ดังนั้น ขอให้สภาฯ เร่งกดดันให้ส.ว.เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และสร้างกระแสสนับสนุนจากประชาชน เพื่อไม่ให้รัฐธรรมนูญ ที่ตนมองว่าเป็นระเบิดเวลา มีปัญหาจนนำไปสู่การยกเลิกรัฐธรรมนูญด้วยการรัฐประหารหรือลุกฮือของประชาชน

กระทั่งเวลา 20.35 น. ภายหลังจากสมาชิกอภิปรายจนครบ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้เรียกสมาชิกเข้าลงมติ ผลปรากฏว่า ที่ประชุมมติเอกฉันท์ 445 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง เห็นชอบให้มีการตั้งกมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 จำนวน 49 คน โดยมีกรอบระยะเวลาในการพิจารณาจำนวน 120 วัน มีกำหนดประชุมนัดแรกในวันที่ 24 ธันวาคมนี้

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon