เมื่อวันเสาร์ก่อน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และแกนนำพรรคอนาคตใหม่ เชิญชวน
ผู้สนับสนุนและมวลชนคนรุ่นใหม่ให้ออกมาซ้อมใหญ่ ในกิจกรรมแฟลชม็อบที่
สกายวอล์ก ปทุมวัน ได้รับเสียงตอบรับอย่างคึกคักเข้มข้น
นำมาสู่เสียงวิจารณ์จากฝ่ายรัฐบาล ทำนองว่า ทำไมพรรคการเมืองไม่สู้ในสภา ควรสู้ตามกติกา ไม่ควรนำประชาชนลงท้องถนน ทำให้กระทบเศรษฐกิจและความสุขปีใหม่ของชาวบ้าน
แต่ถ้าไปถามคนที่ออกจากบ้านมาร่วมแฟลชม็อบวันนั้น เขาก็คงบอกว่า ทนไม่ไหวแล้วกับการเล่นงานนายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ รวมทั้งเริ่มไม่ยอมรับสภาพการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยแค่ครึ่งๆ กลางๆ
ที่สำคัญ เสียงของประชาชนที่เลือกนักการเมืองและพรรคการเมืองนี้เข้าสภากำลังจะหมดความหมาย
ก็เลยต้องมาแสดงให้เห็นว่า ถ้าถึงจุดนั้น ก็อาจจะต้องออกมาส่งเสียงกันเองในพื้นที่นอกสภา
อันที่จริงหลักประชาธิปไตย ที่ประชาชนเลือกผู้แทนฯ แล้วผู้แทนฯก็ไปทำหน้าที่เป็นปากเสียงประชาชนในสภา เป็นระบบที่ลงตัวที่สุด
แต่ถ้าสภานั้น เริ่มมีปัญหา และทำให้เสียงของประชาชนไม่สามารถสะท้อนผ่านตัวแทนของเขาได้
เป็นธรรมดาที่ประชาชนจะเริ่มทนไม่ไหว และออกมาส่งเสียงเรียกร้องด้วยตัวเอง
ครั้นจะบอกว่า เมื่อประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคมแล้ว ส่งตัวแทนเข้าสภาไปแล้ว ก็ควรกลับไปนอนเฉยๆ อยู่ที่บ้าน อย่าออกมาเคลื่อนไหวอะไรกันอีก
เช่นนั้นก็คงเป็นไปไม่ได้
ยิ่งถ้าผู้แทนฯที่เขาอุตส่าห์เลือกไป แล้วโดนกีดกัน โดนเล่นงานเพื่อไม่ให้ไปทำหน้าที่แทน
อย่างนี้ประชาชนยิ่งต้องออกมาเดินเรียกร้องอะไรกันเอง
เช่นเดียวกันกับประชาชนในพื้นที่ปทุมธานี ที่ออกมาชุมนุมชูป้ายขับไล่ ส.ส.ที่เรียกกันว่าเป็นงูเห่า
เพราะว่าเทคะแนนเพื่อเลือกเข้าสภาไปแล้ว กลับไม่ทำตามมติพรรค แถมเป็นการแหกมติพรรค เพื่อไปสนับสนุนฝ่ายรัฐบาล ที่ชาวปทุมธานีที่ออกมาประท้วงเห็นว่า เป็นรัฐบาลสืบทอดอำนาจจาก คสช. ก็ยิ่งยอมรับไม่ได้
เนื่องจากตอนที่เลือกตั้งนั้น เลือกพรรคฝ่ายประชาธิปไตย ไม่เอาสืบทอดอำนาจ
นี่ก็เป็นการออกมาส่งเสียงนอกสภาของประชาชน ที่ผิดหวังต่อผู้แทนฯซึ่งเลือกเข้าสภา แล้วไปทำหน้าที่ขัดกับสัญญาตอนหาเสียงเลือกตั้ง
เป็นการออกมาส่งเสียง ในฐานะเจ้าของคะแนนเสียงที่เลือก ส.ส.แล้วผิดหวัง
ไปจนถึงกรณีชาวบ้านที่เชียงใหม่ ที่ไปวางหรีดหน้าสำนักงานของ ส.ส.ที่เป็นงูเห่า
จนถูกพรรคต้นสังกัดลงมติให้ขับออก
ปฏิกิริยาของคนเชียงใหม่ ก็เป็นไปในทำนองเดียวกันกับชาวปทุมธานีดังกล่าว
ก็คือเลือกไปแล้ว ทำให้ผิดหวัง ก็ต้องออกมาแสดงท่าทีให้เห็นกัน
แต่ความผิดหวัง ไม่ได้หมายความถึงแค่ ส.ส.คนนั้น แต่หมายถึงกระบวนการรักษาอำนาจของรัฐบาล ที่ทำให้สภาชุดนี้เต็มไปด้วยเรื่องเละเทะเสียระบบเสียความถูกต้อง
งูเห่า ไม่ใช่จู่ๆ เกิดขึ้นด้วยตัวเองแน่นอน
ไม่ว่าจะกรณีประชาชนออกมาแน่นสกายวอล์ก ไม่ว่าจะกรณีประชาชนปทุมธานี หรือที่เชียงใหม่ เป็นปรากฏการณ์ที่น่าคิด
ใครก็ตามที่เรียกร้องว่า ไม่ควรนำประชาชนออกมาเคลื่อนไหวนอกสภา ไม่ควรนำมาลงถนน
อย่าได้เรียกร้องอย่างเดียว
แต่ต้องอย่าทำให้สภาสร้างความผิดหวังให้กับประชาชนจนต้องเลือกทางอื่น
สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

