09.00 INDEX ท่าทีใหม่ ท่าทีสภาผู้แทนราษฎร ท่าทีต่อเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน

20.12.19 | 10:06 น.

การผ่านญัตติด่วนจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบและศึกษาติดตามการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ ต่อการถูกละเมิดสิทธิ มนุษยชนและถูกประทุษร้ายของประชาชน


น่าศึกษาอย่างเป็นพิเศษ

น่าศึกษาในเชิงเปรียบเทียบกับการสกัดขัดขวางญัตติด่วนจัดตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา ทบทวนผลกระทบจากประกาศ คำสั่งคสช.และคำสั่งหัวหน้าคสช.ตามมาตรา 44

เพราะนี่เป็นญัตติด่วนที่มีความละม้ายเหมือนกันเป็นอย่างมาก เพียงแต่ฉบับหนึ่งเสนอโดย นายปิยบุตร แสงกนกกุล ขณะที่อีกฉบับหนึ่งเสนอโดย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์

ผลก็คือของ นายปิยบุตร แสงกนกกุล มีปัญหา ผลก็คือของ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ผ่านอย่างราบรื่น

Advertisement

อาจเป็นเพราะญัตติด่วนซึ่งเสนอโดย นายปิยบุตร แสงกนกกุลและคณะพัวพันถึงคสช. พัวพันถึงมาตรา 44 พัวพันถึงหัวหน้าคสช.ซึ่งปัจจุบันคือนายกรัฐมนตรี

พรรคพลังประชารัฐจึงไม่ยอมอย่างเด็ดขาด

เมื่อลงมติแพ้ในวันที่ 27 พฤศจิกายน จึงต้องล้มมติและหาทางใหม่กระทั่งสร้างมติใหม่มิให้ญัตติผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร

ตรงกันข้าม ญัตติด่วนของ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สามารถผ่านความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 409 จากผู้เข้าร่วมประชุม 411 โดยไม่มีมติไม่เห็นด้วย

2 เสียงที่แสดงออกคือ 1 ไม่เห็นด้วย 1 งดออกเสียง

นี่ย่อมเป็นสถานการณ์ที่แปลก นี่ย่อมสะท้อนมิติและบรรยากาศ ใหม่ในทางการเมือง

หากมองอย่างวิเคราะห์อาจเป็นเพราะญัตติด่วนของ นายจิรายุ ห่วง ทรัพย์และคณะเป็นเรื่องโดยรวมๆ

มีจุดเริ่มมาจากกรณี นายสิริวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ถูกทำร้าย

กระนั้น หากฟังการอภิปรายกรณีลักษณะเดียวกันนี้ก็ปรากฏอย่างกว้างขวางไม่ว่าใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ว่าต่อชนเผ่าบนที่สูง

เวลา 60 วันตามที่สภาผู้แทนราษฎรกำหนดกรอบให้กับคณะกรรมาธิการวิสามัญจึงทรงความหมาย

ทรงความหมายในเชิง “สิทธิมนุษยชน”