อธิบดีดีเอสไอเผย สรุปสำนวน จีที 200 ส่งป.ป.ช.ตั้งแต่ปี 54 ส่งอัยการฟ้องบริษัทเอกชน ตัวแทนจำหน่าย ปี 57 ขณะนี้รอข้อมูลจากอังกฤษบางส่วน ระบุมีหน่วยงานรัฐเสียหาย 15 หน่วยร้องให้ตรวจ
เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิอบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวถึงการตรวจสอบ เครื่องตรวจจับระเบิดปลอมรุ่นจีที 200 ว่า สำหรับความคืบหน้าการดำเนินคดีพิเศษ กรณีบริษัทเอกชนที่เป็นตัวแทนผู้ผลิต ผู้จำหน่าย หรือตัวแทนจำหน่วยเครื่องตรวจวัตถุต้องสงสัยจีที 200 ในข้อหาฉ้อโกงหรือลวงขายเครื่องตรวจวัตถุต้องสงสัยที่ไม่มีประสิทธิภาพนั้น ตามที่ดีเอสไอ โดยสำนักคดีความมั่นคงได้ดำเนินการสืบสวนกรณีการทุจริตการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุต้องสงสัยของส่วนราชการ รวม 11 หน่วยงาน ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว 3 ส่วน คือ 1 ในส่วนที่พบว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยงาน เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ก่อให้เกิดความเสียหายกับทางราชการ ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 มาตรา 14 และมาตรา 15 ดีเอสไอจึงส่งเรื่องดังกล่าวไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2554
พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวต่อว่า สำหรับ 2 ในส่วนของ คดีอาญา ที่ดีเอสไอ ได้สรุปสำนวนสั่งฟ้อง กับบริษัทเอกชนที่เป็นตัวแทนผู้ผลิต ผู้จำหน่าย หรือตัวแทนจำหน่วยเครื่องตรวจวัตถุต้องสงสัยจีที 200 ไปยังพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เมื่อประมาณเดือน ธ.ค. 2557 ซึ่งมีหน่วยงานของรัฐที่เป็นผู้เสียหาย ได้จัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุต้องสงสัยจีที200 จำนวนประมาณ 1,398 เครื่อง มูลค่าความเสียหายประมาณ 1,134,218,618 บาท เข้าร้องทุกข์ต่อดีเอสไอ 15 หน่วยงาน และในส่วนที่ 3 กรณีบริษัทผู้ผลิตและผู้จำหน่ายเครื่องตรวจหาสารระยะไกล รุ่นจีที 200 ในประเทศอังกฤษ และเป็นผู้แต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยนั้น ดีเอสไอ ได้ดำเนินการประสานขอพยานหลักฐานจากทางการประเทศอังกฤษผ่านช่องทางการขอความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางอาญา โดยเมื่อประมาณเดือน ส.ค.2557 สำนักงานอัยการสูงสุดในฐานะผู้ประสานงานกลางได้ส่งคำร้องขออย่างเป็นทางการ ไปยังทางการสหราชอาณาจักร ซึ่งดีเอสไอรอพยานหลักฐานในส่วนนี้ เพื่อดำเนินการสอบสวนต่อไป

