รัฐบาลเปิดโครงการบ้านประชารัฐ เมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา มีเจตนารมณ์สานฝันคนมีรายได้น้อย ได้มีสิทธิครอบครอง เป็นเจ้าของ มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง นโยบายช่วยเหลือคนยากคนจนนี้ รัฐกำหนดวงเงินทั้งสิ้น 7 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการเอกชนภาคอสังหาริมทรัพย์ สร้างที่อยู่อาศัย 3 หมื่นล้านบาท ขณะที่อีก 4 หมื่นล้านบาท เป็นวงเงินสินเชื่อให้กับประชาชน ยื่นขอกู้ซื้อบ้าน ผ่านทางธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) แห่งละ 2 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม นับแต่เปิดให้ขอสินเชื่อ 3 เดือน ปรากฏว่าธนาคารออมสิน และ ธอส.มียอดอนุมัติปล่อยกู้นิ่งอยู่ที่แห่งละประมาณ 3 พันล้านบาท หรือร้อยละ 15 ของวงเงิน 4 หมื่นล้านบาทเท่านั้น เนื่องจากรัฐมีเงื่อนไขเข้มงวด
รัฐจัดเงื่อนไขพิเศษ ผู้จองบ้านประชารัฐ กล่าวคือไม่จำกัดรายได้ผู้ขอสินเชื่อ ครอบคลุมทั้งข้าราชการพลเรือน ทหารตำรวจ ฯลฯ และโดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย ไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยหลังแรกมาก่อน กำหนดราคาบ้านที่ต้องการซื้อใหม่หลังละไม่เกิน 1.5 ล้านบาท หากเป็นการกู้ยืมเพื่อซ่อมบ้าน ราคาบ้านที่ยื่นขอกู้ซ่อมกำหนดไว้ที่ 1.5 ล้านบาทเท่ากัน นายชาติชาย พยุหานาวี ผอ.ธนาคารออมสิน ระบุว่า การกำหนดราคาบ้าน รวมที่ดินไม่เกิน 1.5 ล้านบาท ส่งผลกระทบต่อยอดขอสินเชื่อ เนื่องจากราคานี้หายากมาก การห้ามไม่ให้พี่น้องกู้ร่วมกัน ก็เป็นอีกเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรค ทั้งยังเผยด้วยว่าขณะนี้ธนาคารอยู่ระหว่างหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อเสนอ ครม.ผ่อนปรนเงื่อนไขการปล่อยกู้ เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
โครงการบ้านประชารัฐได้รับการตอบรับสูง ธนาคารรัฐทั้ง 2 แห่ง มีผู้สนใจยื่นขอสินเชื่อจำนวนมาก เฉพาะ ธอส. 3 หมื่นล้านบาท แต่ส่วนใหญ่ไม่ผ่านเงื่อนไข การที่รัฐบาลมีนโยบายช่วยผู้มีรายได้น้อย และเป็นเรื่องบ้านที่อยู่อาศัย ปัจจัยหลักนั้นนับเป็นว่ามีประโยชน์ แต่จะดีเป็นที่ยิ่งก็ต่อเมื่อโครงการประสบความสำเร็จ คนยากคนจนเข้าถึงสินเชื่อ และมีบ้านครอบครองเป็นกรรมสิทธิ์อย่างแท้จริง การที่ธนาคารรัฐหารือกระทรวงการคลังเพื่อแก้ปัญหา เป็นเรื่องที่ถูกแล้ว รัฐบาลต้องรับฟัง และหาทางแก้ไข โดยต้องเริ่มจากความเป็นจริง ผู้มีรายได้น้อยมีข้อจำกัด ตั้งเงื่อนไขสูงเกินไปไม่ได้ ต้องพิจารณาทบทวนผ่อนปรน ประการสำคัญก็คือโครงการนี้ มีขึ้นเพื่อมุ่งให้ความช่วยเหลือคนยากจน จึงควรลด-ผ่อนคลายเงื่อนไขบางอย่าง หากคิดแบบราชการ ยึดหลักประกันรูปแบบสถาบันการเงิน น่าจะหวังผลสัมฤทธิ์ลำบาก นโยบายช่วยผู้มีรายได้น้อย ตั้งเงื่อนไขมากจะประสบความสำเร็จได้อย่างไร

