เห็นความหงุดหงิดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าต่อฉายา”รัฐ บาลเซียงกง” ไม่ว่าต่อฉายา”อิเหนาเมาหมัด”แล้ว
ก็สามารถ “เข้าใจ” และ “เห็นใจ”
ทุกอย่างก็เหมือนที่ นายเทพไท เสนพงศ์ ได้ปลอบประโลมจาก พรรคประชาธิปัตย์
นั่นคือ เพราะเป็น”ครั้งแรก” เพราะยังไม่คุ้น
“เพราะตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นบุคคลสาธารณะที่สามารถถูกวิพากษ์วิจารณ์ เสียดสี เหน็บแนม หยอกล้อได้”
เป็นการปลอบประโลมพร้อมกับเตือนด้วยความห่วงหาอาทร
เพราะว่าเมื่อสิ้นเดือนธันวาคม 2562 เข้าสู่เดือนมกราคม 2563 ก็จะต้องประสบกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
นั่นเป็น “ยุทธการ” ที่โหดเหี้ยม เข้มข้นอย่างยิ่ง
ไม่ว่าการประสบเข้ากับคำอภิปรายระหว่าง”แถลงนโยบาย” ไม่ว่าการประสบเข้ากับคำอภิปรายระหว่าง”ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป โดยไม่มีการลงมติ”
นั่นเสมอเป็นเพียงการซ้อม เบาะๆ เสมอเป็นเพียงการรบระดับย่อย ยังมิใช่”สงคราม”ในทางเป็นจริง
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

แต่หากเมื่อใด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประสบเข้ากับญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจอย่างชนิดต่อเนื่อง 3 วัน 3 คืนเมื่อใด
นั่นแหละ คือ”สงคราม”อย่างที่เป็น “ของจริง”
เหมือนที่ นายบรรหาร ศิลปอาชา เคยประสบมาแล้ว เหมือนทีนายชวน หลีกภัย เคยประสบมาแล้ว เหมือนที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เคยประสบมาแล้ว
นั่นคือ การเปิด”สมรภูมิ” และรบกันอย่างเป็นระบบ ต่อเนื่อง
มีคำประกาศจากพรรคเพื่อไทยเด่นชัดแล้วว่าเพียงสัปดาห์แรกของเดือนมกราคม 2563 ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ ก็จะยื่นต่อสภา
เป้าหมายใหญ่ย่อมเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ทั้งมิได้เป็นการอภิปรายผลงานเฉพาะ 7-8 เดือนเท่านั้น
ตรงกันข้าม ทุกอย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เคยทำมาตั้งแต่ก่อนรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 กระทั่งหลังการเลือกตั้ง เมื่อเดือนมีนาคม 2562 ก็จะต้องถูกคิดบัญชี
เป็นบัญชีที่มีเป้าหมายเพื่อ”ประหารชีวิต”ในทางการเมือง

