เปิดเหตุผลศาลยกฟ้องชั้นตรวจคำฟ้อง’ธนาธร’ฟ้อง 7 กกต.ปฏิบัติหน้าที่มิชอบหุ้นสื่อ

25.12.19 | 12:00 น.
ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง

เปิดเหตุผลศาลยกฟ้องชั้นตรวจคำฟ้อง “ธนาธร” ฟ้อง 7 กกต.ปฏิบัติหน้าที่มิชอบหุ้นสื่อ ชี้ ศาล รธน.เคยมีคำวินิจฉัยไปเเล้วขั้นตอนชอบ มีผลผูกพันธ์ทุกองค์กร ลุ้น อุทธรณ์ต่อใน 1 เดือน ขณะที่คดีฟ้อง “14 กก.สอบ-กกต.” เร่งทำคดียุบพรรค ศาลนัดฟังคำสั่ง 6 ม.ค.ปีหน้า


เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.ที่ผ่านมา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำพิพากษาในชั้นตรวจคำฟ้อง ในคดีหมายเลขดำ อท.168/2562 ที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) มอบอำนาจให้ทนายความ ยื่นฟ้อง นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. , นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ , นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย , นายฉัตรชัย จันทร์พรายศรี , นายปกรณ์ มหรรณพ , นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ , นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ ทั้งเป็น กกต. เป็นจำเลยที่ 1-7  ในความผิด พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 มาตรา 69 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157,83

จากกรณีที่จำเลยทั้ง7มีมติที่ประชุมครั้งที่ 63/2562 เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2562 วินิจฉัยว่าโจทก์เป็นบุคคลมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นเหตุให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของโจทก์สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560มาตรา 101(6)ประกอบมาตรา 93(3)และยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้สมาชิกภาพของสภาผู้แทนราษฎรของโจทก์สิ้นลงตามรัฐธรรมนูญเป็นการวินิจฉัยและมีมติโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะเป็นการวินิจฉัยโดยยังไม่ได้มีการสืบสวน ไต่สวนหรือแสวงหาข้อเท็จจริง และมีพยานหลักฐานอันควรเชื่อว่าโจทก์ได้กระทำความผิดตามที่ปรากฏเสียก่อนนั้น

เห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยที่ 14/2562 ว่าตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสี่บัญญัติให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีหน้าที่และอำนาจในการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญในกรณีที่เห็นว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีเหตุสิ้นสุดลงตามมาตรา 82วรรคหนึ่งซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญถูกต้อง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้การยื่นคำร้องของผู้ร้อง (คณะกรรมการการเลือกตั้ง) จึงชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ประกอบกับข้อกล่าวหาของโจทก์เป็นเหตุผลและประเด็นเดียวกับที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งเจ็ดในคดีนี้ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่าการยื่นคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้งชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 101(6)ประกอบมาตรา 98(3)

Advertisement

จึงฟังได้ว่าขั้นตอนในการสืบสวนการไต่สวนการวินิจฉัยชี้ขาด และการยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนโจทก์นั้น จำเลยทั้ง7กระทำไปโดยชอบด้วยกฎหมาย และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นที่เด็ดขาดมีผลผูกพัน รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระและหน่วยงานรัฐตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560มาตรา 211การกระทำของจำเลยทั้ง 7จึงไม่เป็นความผิดตามฟ้องโจทก์ พิพากษายกฟ้อง

อย่างไรก็ดีตามขั้นตอนกฎหมาย ฝ่ายโจทก์สามารถยื่นอุทธรณ์คำพิพากษายกฟ้องในชั้นตรวจฟ้องนี้ต่อศาลอุทธรณ์ได้ภายในเวลา 1 เดือนตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ส่วนคดี“นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) และ “พรรคอนาคตใหม่” ร่วมกันเป็นโจทก์ที่ 1-2 ยื่นฟ้อง นายเกรียงศักดิ์ ม่วงอ่อนประธานคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนคดียุบพรรค อนค. ,นายนิยต ดำรงประภักดิ์ ,นายสุชาติ เพชรอาวุธ ทั้งสองเป็นกรรมการสืบสวนและไต่สวน , พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. , นางสุกัญญา รัตนนาคินทร์ , พล.ท.สมชาย ชัยวณิชยา ,พ.ต.อ.ชนะชัย ลิ้มประเสริฐ ทั้งสาม เป็นคณะอนุกรรมการวินิจฉัย , นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. , นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ , นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย , นายฉัตรชัย จันทร์พรายศรี , นายปกรณ์ มหรรณพ , นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ , นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ ทั้งเจ็ดเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นจำเลยที่ 1-14 ในคดีหมายเลขดำ อท.185/2562 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้ผู้หนึ่งผู้ใดได้รับความเสียหายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และพ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 มาตรา 69 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 , 86 กรณีเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค อนค.นั้น ศาลกำหนดนัดฟังคำสั่งในชั้นตรวจคำฟ้องว่าจะรับคำฟ้องนี้ไว้ไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ต่อไปหรือไม่ ในวันที่ 6 ม.ค.2563 เวลา 09.00 น.