“วราวุธ” สั่งกรมป่าไม้เข้มดำเนินคดี คนรุก ม่อนแจ่ม พยัคฆ์ไพร-พญาเสือ-กอ.รมน. ลงพื้นที่ พรึ่บ!!!

“วราวุธ” สั่งกรมป่าไม้เข้มดำเนินคดี คนรุก ม่อนแจ่ม พยัคฆ์ไพร-พญาเสือ-กอ.รมน. ลงพื้นที่ พรึ่บ!!!

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยถึงกรณีมีการบุกรุกพื้นที่โครงการป่าม่อนแจ่ม อ.ม่อนแจ่ม จ.เชียงใหม่ ว่า กรมป่าไม้ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบแล้ว ซึ่งเรามีข้อตกลงและมาตรการร่วมกับชุมชนที่ม่อนแจ่มมาแล้ว ดังนั้นหากใครกระทำผิดจะต้องถูกดำเนินคดีโดยเด็ดขาด ไม่ว่าใครจะใหญ่มาจากไหนแต่ไม่ใหญ่ไปกว่าตนแน่นอน เพราะหากมาบุกรุกพื้นที่ป่าตนจะดำเนินการอย่างเต็มที่ และขณะนี้ดำเนินคดีกับผู้บุกรุกรายใหญ่ไปแล้ว 3 ราย ส่วนอื่นๆ ก็เร่งดำเนินคดีต่อไปจนกว่าป่าม่อนแจ่มจะกลับมาเป็นพื้นที่เกษตรกรรมอีกครั้ง

เมื่อถามว่าได้ขีดเส้นตายในการดำเนินคดีให้เสร็จสิ้นเมื่อไรหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ไม่ได้ขีดเส้นตายไว้ แต่จุดประสงค์ในโครงการป่าม่อนแจ่มระบุไว้ชัดเจนให้ทำเป็นพื้นที่เกษตร ไม่ใช่ให้ทำรีสอร์ต แม้การทำรีสอร์ตจะรายได้ดีการทำเกษตร แต่ต้องเข้าใจวัตถุประสงค์ที่ทางรัฐตกลงร่วมกับชุมชนในพื้นที่ ดังนั้นก็ต้องทำตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งร่วมกันตั้งแต่ทีแรก

นายวราวุธ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการดำเนินคดีรุกป่าเพิ่มเติมจำนวน 682 ไร่ของน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชารัฐ ว่า ตอนนี้ขอรวบรวมข้อมูลทุกอย่างให้ครบถ้วนก่อน ซึ่งหากตรวจสอบพบความผิดอย่างชัดเจนแล้วกรมป่าไม้จะดำเนินคดีในทุกกรณี และเมื่ออยู่ในขั้นตอนของพนักงานสอบสวน ทส. โดยกรมป่าไม้ พร้อมจะให้ข้อมูลทุกอย่าง

ด้านนายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า ที่ปรึกษาชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ กล่าวว่า กรณีการจัดระเบียบพื้นที่ป่าม่อนแจ่มนั้นถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะหากปล่อยไปจะมีการรุกพื้นที่ป่าลุกลามไปไกล เหมือนที่เกิดขึ้นกับพื้นที่เขาค้อเวลานี้ ทางทส.จึงออกคำสั่งคณะทำงานให้มีการบูรณาการกันระหว่างศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า(ศปก.พป.) ซึ่งมีนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้เป็นผู้อำนวยการศูนย์ ภายใต้การทำงานของ สปก.พก.นี้จะมีการบูรณาการร่วมกับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) ตำรวจป่าไม้ รวมทั้งฝ่ายปกครอง จ.เชียงใหม่ ชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ และชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช โดยในวันนี้ ชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพรได้ลงพื้นที่ทำงานแล้ว ล่าสุดนั้นได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ประกอบการ 4 ราย ที่ตรวจสอบพบว่า มีการซื้อที่ดินต่อจากชาวบ้านในพื้นที่

นายชีวะภาพ กล่าวว่า สำหรับการดำเนินการในเบื้องต้นของพื้นที่ป่าม่อนแจ่มนั้น 1.จะคัดกรองดำเนินการกับผู้ที่ไม่เคยอยู่ในพื้นที่ หรืออยู่ในระบบการถือครองที่กรมป่าไม้เคยผ่อนผันมาก่อนหน้านี้ เบื้องต้นพบว่ามี 12 ราย 2.ดำเนินการกับผู้ที่รุกล้ำพื้นที่เดิมที่ได้รับอนุญาต โดยจะต้องให้รื้อทิ้งสำหรับพื้นที่ที่รุกล้ำออกไปทันที สำหรับบ่อขยะที่มีการไปขุดไว้ในพื้นที่ป่าลุ่มน้ำชั้น 1 แล้วผู้ประกอบการออกมาร้องเรียนว่า หากไม่ทำจะไม่มีที่จัดการขยะนั้น พูดและกระทำเช่นนี้ไม่ได้ เพราะพื้นที่ป่าชั้น 1 เอ นั้นกำหนดเอาไว้ชัดเจนว่าไม่สามารถไปประกอบกิจการใดๆได้อย่างเด็ดขาด

เมื่อถามเรื่องที่มีกระแสในสังคมว่า กรมป่าไม้ทำเรื่องการรุกป่าม่อนแจ่มเพื่อเบี่ยงเบนประเด็นการรุกป่าของ น.ส.ปารีณาไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) นายชีวะภาพ กล่าวว่า ไม่ใช่การเบี่ยงเบนแน่นอน เรื่อง น.ส.ปารีณารุกป่า เจ้าหน้าที่ก็ดำเนินการอยู่ เพียงแต่มันไม่ได้เป็นข่าวทุกวันเหมือนที่ผ่านมา แต่ยืนยันว่าทำงานเต็มที่กับทุกเรื่อง ทุกคดี และคดีรุกป่าที่ม่อนแจ่ม กรมป่าไม้ก็ตามเรื่องนี้มาตลอดเช่นกัน และจพดำเนินการอย่างเข้มงวดเต็มที่กับนายทุนที่เข้ามารุกพื้นที่ รวมทั้งกับเจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้เอง ที่ปล่อยปละละเลยด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘บิ๊กตู่’ รับเต็มปาก ‘ผมกลัวคุก’ ทำอะไรต้องยึดกม. บ่นพูดอยู่ได้ใช้อำนาจ
บทความถัดไป‘ไทยลีก2’ปรับเลื่อนชั้นใหม่ อันดับ3-6เตะลุ้นตั๋วใบท้าย