หน้าแรก การเมือง บทนำ : ฟังเสี...

บทนำ : ฟังเสียงประชาชน

28.12.19 | 11:00 น.

สภาผู้แทนราษฎรได้ประชุมพิจารณาญัตติด่วน เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาความเป็นไปได้และตรวจสอบผลกระทบของการใช้กัญชาในรูปแบบต่างๆ ในประเทศไทย ซึ่งมีนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กทม. พรรคอนาคตใหม่ เป็นผู้เสนอ พร้อมนำญัตติในทำนองเดียวกันจำนวนอีก 6 ญัตติ มาพิจารณาพร้อมกัน ที่ประชุมเห็นชอบให้ตั้งคณะ กมธ.ศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการใช้กัญชา กัญชงและกระท่อม อย่างเป็นระบบจำนวน 49 คน มีกรอบระยะเวลาในการพิจารณาจำนวน 60 วัน โดยไม่ต้องลงมติ เนื่องจากไม่มีผู้ใดอภิปรายคัดค้าน


นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการใช้กัญชา กัญชงและกระท่อม อย่างเป็นระบบ กล่าวว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติให้ตั้ง กมธ.วิสามัญดังกล่าว เนื่องจากเรื่องของกัญชา กัญชง และใบกระท่อมนั้น ควรเปิดกว้างให้ผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายมาช่วยกันให้ความคิดเห็น การที่พรรคต่างๆ นำเรื่องนี้มาชูเป็นนโยบาย เนื่องจากเห็นโอกาสหากมีการปลดล็อก เช่น สารสกัดจากพืชที่นำมารักษาโรคร้ายแรง เพราะยาปกติจะมีราคาสูง รวมทั้งรายได้เข้าประเทศ หากส่งเสริมให้ปลูกกันอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม เหรียญมีสองด้าน ดาบมีสองคม ผลเสียของพืชเหล่านี้ หากมากเกินไป อาจมีอันตรายถึงชีวิต อีกทั้งความเชื่อเกี่ยวกับสรรพคุณยังไม่มีการรับรองอย่างเป็นทางการ ดังนั้นการที่ทางสภามีมติให้ตั้ง กมธ. วิสามัญชุดนี้ ถือเป็นอีกหนทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาและส่งเสริมให้มีการควบคุมดูแลอย่างเป็นระบบ

การตั้ง กมธ.ดังกล่าวเป็นเรื่องดีแน่นอน เพราะผู้ที่ใช้ประโยชน์จากกัญชา กัญชง ใบกระท่อม คือประชาชน ดังนั้น นอกจากศึกษาตามบทบาทหน้าที่ที่สภามอบหมายแล้ว ยังเป็นโอกาสที่ กมธ. ซึ่งส่วนมากเป็น ส.ส. ใกล้ชิดกับประชาชนอยู่แล้ว จะได้รับฟังเสียงสะท้อน ปัญหา และความต้องการของประชาชน เพื่อนำมาประกอบการศึกษา ก่อนสรุปเป็นข้อเสนอหรือแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างรอบด้าน และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนเป็นด้านหลักต่อไป หลังจากที่ผ่านมา การออกกฎหมายหลายเรื่อง กระทำโดยกลุ่มคนที่ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน ทำให้หลงทิศผิดทาง กลายเป็นกฎหมายที่ไม่เกิดประโยชน์ต่อประชาชน