ชื่นมื่น คนอยากเลือกตั้ง จัดงานปีใหม่ ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา หลังศาลยกฟ้อง
เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ที่ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง นำโดย นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว นักเคลื่อนไหวด้านการเมือง นายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ นางสาวณัฎฐา มหัธนา และ น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือลูกเกด รวมตัวจัดงาน “สวัสดีปีใหม่ ประชาธิปไตยจงเจริญ” หลังจากที่ช่วงเช้ากลุ่มคนอยากเลือกตั้ง จำนวน 44 คน เดินทางเข้ารับฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ 1229/2561 จากการชุมนุมหน้ากองทัพบก เมื่อปี 2561 ที่ศาลแขวงดุสิต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการจัดงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนทยอยเดินทางมาเตรียมงานตั้งแต่เวลา 16.00 น. โดยมีนายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง มาร่วมด้วย ภายในงานมีการประดับลูกโป่งหลากสีรอบบริเวณ ในส่วนของผู้ร่วมกิจกรรม บางส่วนสวมใส่เสื้อสีแดง ส่วนหนึ่งสวมเสื้อผ้าหลากสี พร้อมสวมหมวกซานตาคลอส และที่คาดผมเพื่อสร้างบรรยากาศ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้านอกเครื่องแบบ

โดยกลุ่มพลังมด และผู้มาร่วมงานต่างนำอาหารคาวหวาน เครื่องดื่ม และขนมมาร่วมสมทบ อาทิ ขนมจีน กระเพาะปลา ราดหน้าหมู ขนมจีน ผัดหมี่ สาคูไส้หมู ส้ม ขนม สาคู ลอดช่องสิงคโปร์ ขนมปังปิ้ง และกลุ่มสุมหัวลาดกระบัง นำน้ำแข็งใสมาร่วมแจก ประชาชนที่มาร่วมงานและผู้ที่สัญจรรอบบริเวณต่างต่อแถวรับอาหารฟรีอย่างชื่นมื่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นมีการยืนและร่วมร้องเพลง “นักสู้ธุลีดิน” เพื่อไว้อาลัยให้กับเพื่อนจำเลยหมายเลข 22 ซึ่งเสียชีวิตระหว่างการดำเนินคดีดังกล่าว รวมถึงผู้เสียชีวิตจากการรัฐประหาร
จากนั้นเวลา 18.40 น. พระมหาไพรวัลย์ จากวัดสร้อยทอง ร่วมแสดงธรรมและอวยพรปีใหม่ มีใจความดังนี้
“ก่อนจะมีการจัดกิจกรรมที่นี่ ญาติโยมหลายท่านไปฟังคำพิพากษา เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ศาลได้ยกฟ้อง ขอแสดงความยินดีกับญาติโยมที่ได้พ้นจากข้อกล่าวหาที่ไม่ควรถูกกล่าวหาตั้งแต่ต้น

อาตมาภาพอยู่ กทม.มาประมาณ 10 ปี เพิ่งเคยมีโอกาสก้าวเข้ามาที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลาเป็นครั้งแรก อาตมารู้สึกนึกคิดอยู่ลึกๆ ว่าถ้าไม่ใช่กลุ่มที่ทำกิจกรรมสม่ำเสมอ คนกรุงเทพฯ หลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา เมื่อได้มีโอกาสมาคุยกับญาติโยมหลายท่าน ได้ฟังญาติโยมร้องเพลงนักสู้ธุลีดินก็รู้สึกประทับใจ เพราะญาติโยมที่นี่ล้วนเคยผ่านกิจกรรม ต่อสู้ เสียสละหลายอย่างบนหนทางเพื่อเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ เราล้วนเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การต่อสู้ที่มีลมหายใจ
อาตมาภาพพูดด้วยความนับถือ ญาติโยมหลายคนที่นี่ มีหลายสิ่งที่อาตมามีไม่เท่า สิ่งนั้นคือ ความเข้มแข็ง ซึ่งสำคัญมาก คนส่วนใหญ่ปราถนาความสุข อาตมามองว่าสิ่งที่มีคุณค่าและความหมายจริงๆ ไม่ใช่ความสุข แต่คือความเข้มแข็งในการใช้ชีวิต ถ้าทุกคนปราถนาความสุขแบบปัจเจกวันนี้ก็คงไม่มีงานที่นี่
“คนดีหาที่ไหนก็ได้ แต่คนที่เข้มแข็งและเสียสละ หายากมาก แต่อาตมามั่นใจว่าคนที่นี่ ยกเว้นเจ้าหน้าที่ที่ปลอมตัวมา เป็นคนเล็กคนน้อยอย่างอาตมาภาพ อย่างไรก็ตาม ในความเป็นคนเล็กคนน้อย สิ่งหนึ่งที่พวกเรามีเหมือนกันและเป็นความยิ่งใหญ่ คือ สิทธิ และศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ที่เสมอภาค เท่าเทียม ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไม่สามารถลำดับชั้นได้ ขอให้ภูมิใจสิ่งนี้และรักษาไว้ให้ดี อย่าให้ใครมาช่วงชิง แม้พิสูจน์มาหลายปี และจะยังพิสูจน์ต่อไป ว่าจะรักษาศักดิ์ศรีของเพื่อนมนุษย์ต่อไป อนุสรณ์สถาน วีรชน คือตัวอย่าง นับจากวันนั้นถึงวันนี้ เรื่องราวของวีรชนเหล่านั้นไม่ได้ตายไปพร้อมกับกาลเวลา ความกล้า ความเข้มแข็งยังอยู่เพียงแต่ถ่ายทอดสู่โยมที่นี่ ในขณะที่เรากำลังทำอะไรบางอย่างเพื่อคนอื่น คนบางกลุ่มกลับมองสิ่งที่เราทำเป็นเรื่องตลก ไม่มีประโยชน์

อาตมาขอแสดงความนับถือญาติโยมทุกคนที่ยังมุ่งมั่นพิสูจน์บนหนทาง ‘สันติ อหิงสา ประชาธรรม’ ซึ่งไม่ใช่แค่วาทกรรมสวยหรู แต่อาตมาเห็นใครหลายคนที่ยืนยันว่าความสันติ อหิงสา ไม่คิดประทุษร้ายเบียดเบียนใคร สุดท้ายจะมีชัยชนะ คนใกล้ตัว เช่น จ่านิว ยืนยันให้เห็นว่าการใช้ความรุนแร ไม่สามารถเอาชนะหัวใจของคนที่ผลิบานได้ ดังคำที่ว่า คุณจะทำให้คนที่ตื่นแล้วนอนหลับไม่ได้ จะทำให้หัวใจคนที่ผลิบานห่อเหี่ยวไม่ได้”
จากนั้นนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว ขึ้นร้องเพลง 30 ยังแจ๋ว คนบ้านเฮา รักข้ามคลอง และรักจางที่บางปะกง เพื่อเป็นการเปิดเวที ผู้สื่อข่าวรายงานว่าประชาชนต่างลุกขึ้นเต้น และโบกมือและโยกตัวตามจังหวะเพลงอย่างคึกครื้น
‘ปีใหม่ ประชาธิปไตยจงเจริญ’ ร้องเพลง ‘นักสู้ธุลีดิน’ สนั่นอนุสรณ์ฯ 14 ตุลา ‘พระมหาไพรวัลย์’ ให้พร

